Sample Page

“เขาหลอกหนูว่า เขาโสด”

เมื่อเวลาบ่าย 4 โมง ของวันหนึ่ง ซิสเตอร์ปิยฉัตร ได้รับสายจาก หญิงสาวคนหนึ่ง โทรมา 

หญิงสาว : ซิสเตอร์คณะศรีชุมพาบาล หรือเปล่าค่ะ  

ซิสเตอร์ : ใช่ค่ะ.. ซิสเตอร์กำลังพูดสายกับใครค่ะ?   

หญิงสาว : โอ้ขอบคุณพระ … หนูชื่อ หญิงลี ค่ะ มีคนแนะนำมาให้มาพูดคุยกับซิสเตอร์….. เอ้อ… ไม่ทราบจะเริ่มต้นอย่างไรดี …..หนูอายุ 27 ปี (เงียบ)… คือ หนูท้องได้ 10 สัปดาห์ หนูไม่อยากเอาเด็กออก แต่หนูไม่รู้จะทำยังไงดี หนูอยากมีคนพูดด้วย หนูทุกข์ใจ หนูจะขอคุยวันนี้ได้ไหมค่ะ หนูไปคลีนิคทำแท้งมา 2 ครั้ง แต่หนูก็วิ่งออกมาทุกครั้ง ภาพพระเยซูเจ้าถูกตรึงบนไม้กางเขน ขึ้นมาในมโนธรรม หนูรู้สึกผิด หนูกลัวมาก ซิสเตอร์ช่วยด้วย ช่วยด้วย! (เธอพรั่งพรูออกมา) หนูอยากมีใครสักคนฟังหนู เข้าใจหนู 

หญิงสาว: ขอหนูไปพบซิสเตอร์ ได้ไหมค่ะ ขอซิสเตอร์ส่งตำแหน่งที่อยู่ให้ด้วยนะค่ะ

ซิสเตอร์: ได้ค่ะ พัทยาเหนือ (มูลนิธิคณะศรีชุมพาบาล) น้องอยู่ที่ไหนค่ะ ให้ซิสเตอร์ไปรับไหมค่ะ 

หญิงสาว: ไม่เป็นไรค่ะ ซิสเตอร์ หนูอยู่พัทยาเหนือ ใกล้ๆ นี้เองค่ะ เดี๋ยวไปหาซิสเตอร์เองค่ะ

เมื่อหญิงสาวมาถึงศูนย์ฯ ซิสเตอร์คัดกรองภายนอก (โดยไม่มีอคติ ไม่ใส่สีตีไข่) ว่า ลักษณะของน้อง เป็นอย่างไร แพ้ทองไหม จะเป็นลมไหม อาการเหนื่อยหอบ มีอาวุธในเมือหรือเปล่า (การเห็นเป็นที่ประจักษ์) ก็ถามไถ่ชื่อ และ คำถามยอดฮิตของเรา คือ น้องทานอะไรมาหรือยัง หิวไหมค่ะ ทานอะไรก่อนไหมค่ะ…หญิงสาว ก็บอกว่า ไม่หิวค่ะ..

ซิสเตอร์:  เดี๋ยวเรามานั่งคุยกัน จะเล่าอะไรให้ซิสเตอร์ฟัง  ซิสเตอร์อยู่ที่นี่กับน้องแล้วนะค่ะ…. น้องหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ (5 ครั้ง) ผ่อนคลาย ค่อยๆ เล่าเรื่อง เป็นยังไงมายังไง 

(เริ่มเล่าเรื่องราวให้ฟัง ยาว)…น้องพูดต่อ…หนูกลัว กังวลใจเพราะพ่อของเด็กในท้อง หนูเพิ่งรู้ว่า เขามีครอบครัว มีลูกแล้ว เขาหลอกหนูว่าเขาโสด …….(น้อง เขาก็เล่าย้อนกลับไปว่า เจอกับผู้ชายที่ไหน เขาหลอกอย่างไร ตรงนี้ซิสเตอร์ขออนุญาตไม่เล่ารายละเอียดนะค่ะ) …..ซิสเตอร์ถามน้องว่า น้องอยากร้องไห้ไหมค่ะ ร้องได้นะค่ะ ให้น้ำตาชำระ ความเจ็บปวดออกมา เราจะได้รู้สึกปลดปล่อยความเจ็บปวด ห้องนี้ไม่มีใครได้ยิน…… (ให้เวลาน้องได้ร้องไห้สักพัก แต่อย่าเพิ่งยื่นทิชชู่ให้น้อง เพราะเป็นการขัดจังหวะ ปิดกั้นการระบายความรู้สึกของน้อง ปล่อยให้เราได้สัมผัสความรู้สึกของตนเองมากที่สุด) …. เราทำได้ คือ อยู่กับน้อง เงียบๆ จะเป็นการช่วยที่ดีที่สุดค่ะ 

ซิสเตอร์: น้องค่ะโอบกอดตัวเองไว้ บอกกับตัวเองว่า การรักษาชีวิตทารกไว้ เป็นเรื่องที่เหมาะสมและควรทำ เพราะเราจะไม่ปล่อยให้น้องเดินลำพังคนเดียว เราจะเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง เราจะเป็นที่พักพิง เรามีบ้านให้น้องพักจนกว่าจะคลอดทารก… พระเยซูเกลียดชังบาป แต่พระองค์รักคนบาปที่ถ่อมสุภาพ โอบอุ้มน้องด้วยความรัก อ่อนโยน เจ็บปวดไปกับน้องด้วยที่เราถูกหลอก แต่ พระไม่ค่อยหลอกน้องนะค่ะ น้องทำถูกต้องแล้วที่น้องไม่ทำแท้ง น้องเห็นภาพพระเยซูถูกตรึงบนไม้การเขน น้องลุกขึ้นจากเตียงและวิ่งออกมาจากคลีนิคทำแท้ง…. น้องเลือกที่จะรักษาชีวิต ทารกไว้ น้องกล้าหาญมากนะ …. หนูทำไม่ได้จริงๆ ค่ะซิสเตอร์ เด็กในท้องไม่ผิด แต่ผิดที่หนูเชื่อใจผู้ชายคนนั้นมากเกินไป…. 

..ซิสเตอร์ถามหญิงสาวว่า วางแผนต่อไปอย่างไรบ้าง 

น้องตอบว่า       

1. ไปพักที่บ้านเพื่อนสนิท ที่มีห้องว่างและจะช่วยดูแลจนคลอด

2. ป้าให้บินไปอยู่แคนนาดา ป้าจะออกค่าตั๋วให้

3. ไปอยู่บ้านพัก มารดาตั้งครรภ์ ที่คณะศรีชุมพาบาล ดินแดง กรุงเทพฯ ถ้าน้อง ตกลงจะไปอยู่ที่นี้ ซิสเตอร์จะประสานงานไปหาซิสเตอร์ที่ดูแลบ้านสุขฤทัย

น้องมีการวางแผนไว้แล้วว่าจะไปบ้านเพื่อน แต่ที่มาหาซิสเตอร์ เพื่อปรารถนาจะหาคนฟังเรื่องราวของน้อง ไม่กล่าวโทษน้อง น้องอยากมีใครสักคนฟังจริงๆ อยากได้รับการยอมรับ ไม่ถูกกล่าวโทษ 

1. น้องตั้งครรภ์ได้ 10 สัปดาห์

2. พ่อของเด็กในท้อง มีครอบครัวอยู่แล้ว

3. หญิงสาว ไม่ต้องการให้พ่อเด็กมารับผิดชอบ เพราะเขารู้สึกผิดต่อภรรยาและลูกของผู้ชายคนนั้น

4. หญิงสาว มาหา ซิสเตอร์เพื่ออยากพูดคุย อยากมีเพื่อนร่วมเดินทางในเวลาที่เขาโดดเดี่ยว เวลาเป็นทุกข์ เจ็บปวดเพราะถูกหลอกให้รัก และเจ็บใจที่เชื่อคนง่ายโดยไม่ไตร่ตรองและหาข้อมูลให้ดีก่อน…

สิ่งที่ได้เรียนรู้

การเป็นเพื่อนร่วมเดินทางกับคนโดดเดี่ยวและทุกข์หนัก

ท่าทีของผู้ฟัง

ท่าที ความไว้วางใจ เป็นมิตร

ท่าที การโอบอุ้ม 

ท่าทีความอกเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ความรู้สึกทุกมิติของเขา ต่างหากที่เราต้องเข้าใจ

ท่าทีความถ่อมตน สุภาพ

ท่าทีความจริงใจทั้งต่อตนเองและผู้มาหาเรา

สิ่งหนึ่งที่ซิสเตอร์ตระหนัก คือ เมื่อมนุษย์เรามีทุกข์ มีปัญหา สภาพของบุคคลเจ็บปวดนั้น เชื่อมโยงทั้งจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ เมื่อนั้นมนุษย์มีสภาพชีวิตร้องขอการเยียวยา ร้องขอความยุติธรรมและความรอดพ้นจากทุกข์ อย่างไรก็ตาม ต้องการเวลาในการรักษาบาดแผลความเจ็บปวด จำเป็นต้องอาศัยพลังบวก พลังธรรมชาติ พลังความเชื่อ (ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละศาสนา) เพื่อการกลับคืนดี เพื่อจะบรูณาการองค์รวมประสานสัมพันธ์ให้กลับมามีสภาพดี ดำรงชีวิตเป็นปกติได้ในสังคมที่เขาอยู่… นั้นคือเราต้องรักและเข้าใจเขา ในบริบทของครอบครัวและชุมชน สังคมที่พวกเขาอาศัยอยู่ สาระสำคัญในพันธกิจแห่งการกลับคืนดี คือ กลับคืนดีกับพระ กับตนเอง และกับผู้อื่น 

“บุคคลเดียวมีค่า มากกว่าโลกทั้งโลก”

คติพจน์ นักบุญยูเฟรเซีย ผู้ก่อตั้ง คณะศรีชุมพาบาล

ซิสเตอร์ขออนุญาตกลับมา คำที่น้องเขาเจ็บใจ และพูดออกมา ว่า “เขามีครอบครัวมีลูกแล้ว เขาหลอกหนูว่าเขาโสด” …ถึงตรงนี้ ซิสเตอร์ไม่กล้าออกตัวแรง เพราะซิสเตอร์ไม่มีประสบการณ์ตรง (ไม่กล้านำทัพ) ในประเด็นนี้เลยค่ะ  แต่เรา….จะทำอย่างไร วิธีไหน ที่จะให้เยาวชนปลอดภัยทั้งฝ่ายกายและฝ่ายจิตวิญญาณ 

“คนที่รักเราจริงๆ เขาจะให้เกียรติเรา เคารพเราและไม่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นบุคคลของเรา” 

..คณะศรีชุมพาบาลแห่งประเทศไทย เราเป็นหนี้บุญคุณพระศาสนจักร 

ปรัชญาของคณะฯ ก่อกำเนิดจากคำสอนของพระเยซูคริสต์ที่ให้มีความรักความเมตตาและเห็นอกเห็นใจแต่ละบุคคล หยั่งรากลึกในพระเยซูคริสต์โดยได้รับเรียกให้ปฎิบัติงานเพื่อรักษา เยียวยาบาลแผลทางจิตใจและปกป้องคุ้มครองสิทธิทุกกรณีต่อเด็กและสตรีที่เปราะบาง และ ทำงานเพื่อเด็กและสตรีทุกคน ที่ถูกกดขี่จากความรุนแรงและการค้ามนุษย์

เบอร์ติดต่อ เพื่อขอคำปรึกษา และ ที่พักพิงสำหรับผู้ตั้งครรภ์ไม่พร้อม คณะศรีชุมพาบาล 

กรุงเทพ 0854562270 พักพิงสำหรับผู้ตั้งครรภ์ไม่พร้อม

หนองคาย 0639196951 

พัทยา 0868318005 

เชียงราย 0851721898

ภูเก็ต 0859086560

เชียงใหม่ 0896328847 พักพิงสำหรับผู้ตั้งครรภ์ไม่พร้อม

บทความ โดย ซ.ปิยฉัตร บุญมูล

19 มีนาคม 2564

Is Am Are:
อันตน วรปรัชญ์ ครองหิรัญ (พี่เบียร์)

สวัสดีครับพี่ชื่อ อันตน วรปรัชญ์ ครองหิรัญ หรือจะเรียกกันสั้นๆ ว่า พี่เบียร์ ก็ได้ครับ ตอนนี้พี่อายุได้ 32 ปีแล้ว กำลังจะเข้าสู่วัย 33 ในเดือนเมษายนนี้ครับ พี่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู จากมหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี ตอนนี้พี่ก็ทำงานเป็นคุณครูอยู่ที่โรงเรียนราษฎร์บำรุงศิลป์ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพี่รับผิดชอบสอนวิชาคริสต์ศาสนาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 และวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ครับ พี่รับศีลล้างบาปและเติบโตเป็นคริสตชนที่วัดที่เป็นต้นกำเนิดแห่งความเชื่อของบรรดาคริสตชนในประเทศไทยทุกคน น้องๆ ลองทายดูซิครับว่าพี่อยู่วัดอะไร…….คำตอบง่ายๆ ที่หลายคนคงนึกออกแล้ว ถูกต้องนะครับ!!!! พี่เป็นสัตบุรุษวัดนักบุญยอแซฟอยุธยา สังกัดอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ นั่นเองครับ หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาและเคยเห็นพี่มาบ้างในค่ายเยาวชนระดับชาติที่กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพ ใช่ครับ พี่เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการเยาวชนอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ถึง 2 สมัย และเป็นประธานเยาชนในระดับเขตอย่างยาวนานเกือบ 10 ปี และตอนนี้ก็ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาให้กับคณะกรรมเยาวชนระดับสังฆมณฑลชุดใหม่ โดยทำหน้าที่ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และให้ความช่วยเหลือในกรณีที่น้องๆ ต้องการครับ

สำหรับบทบาทหน้าที่ของพี่ในบ้านและครอบครัว พี่ทำหน้าที่เป็นลูกชายคนโต ที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในบ้าน ต้องดูแลคุณแม่ และคุณยาย ซึ่งตอนนี้คุณยายของพี่ก็มีอายุมากแล้ว ทุกๆ คนในบ้านจึงต้องช่วยกันดูแลท่านเป็นพิเศษ อีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญคือการเป็นผู้ปกครองดูแลค่าใช้จ่ายในการเรียนให้กับน้องชายคนเล็กของพี่ซึ่งตอนนี้ก็กำลังจะสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้ว โดยส่วนมากพี่ก็จะเป็นคนที่คอยตัดสินใจเกือบทุกเรื่องภายในบ้าน และคอยดูแลความเป็นอยู่ของสมาชิกทุกคนในภาพรวม เพื่อให้ทุกคนมีความสุขและเป็นครอบครัวคาทอลิกที่ดี ส่วนในที่ทำงานนั้น บทบาทของพี่ก็คือคุณครูคำสอนที่ต้องรับผิดชอบสอนวิชาคริสตศาสนาให้กับทั้งนักเรียนที่เป็นพุทธ คริสต์ และมุสลิม ความยากในหน้าที่ตรงนี้คือเราจะประกาศข่าวดีของพระอย่างไรเพื่อเด็กๆ สนใจฟัง เมื่อฟังแล้วมีความเข้าใจในความเป็นศาสนาคริสต์มากขึ้น และต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพวกเขา เพราะเราไม่ใช่ครูธรรมดาทั่วๆ ไป แต่เราเป็นครูคาทอลิกที่ต้องยืนหยัด กล้าหาญ ที่จะประกาศเรื่องราวของพระเยซูเจ้าให้กับทุกๆ คน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมและบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา ส่วนบทบาทการเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์นั้น ก็คงไม่ต่างกับครูทุกๆ คน ที่ต้องมีและรักษาจรรยาบรรณในความเป็นครูของตนเองในการปฏิบัติต่อลูกศิษย์ด้วยความเมตตากรุณา เข้าอกเข้าใจ แต่พี่รู้สึกได้เปรียบครูท่านอื่นๆ เพราะพี่ทำงานและเติบโตมากับงานเยาวชน จึงทำให้เวลาที่ต้องดูแลอภิบาลเด็กๆ เหล่านี้ พี่ค่อนข้างที่จะเข้าใจและปรับตัวเข้าหาพวกเขาได้ไว เสมือนว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทำให้การทำหน้าที่ในการเป็นครูของพี่สนุกและราบรื่นไปได้ในแต่ละวัน ส่วนหน้าที่รับผิดชอบของพี่ที่วัดนั้น พี่เป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรเยาวชนของวัดนักบุญยอแซฟอยุธยา และก็ยังรับผิดชอบเกี่ยวกับพิธีกรรมในส่วนของการเล่นดนตรี ร้องเพลง การช่วยคุณพ่อและซิสเตอร์จัดเตรียมพิธีกรรมในเทศกาลหรือโอกาสฉลองสำคัญ และเป็นพิธีกรในโอกาสพิเศษต่างๆ ของวัดครับ

สิ่งที่พี่คาดหวัง คืออยากให้เยาวชนของเราเติบโตขึ้นในความเชื่อ ความรักและความเป็นหนึ่งเดี่ยวกัน อยากเห็นพลังของน้อง ๆ เยาวชนรุ่นใหม่ที่มาช่วยกันสร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ ต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น และสิ่งที่พี่คิดว่าสามารถทำได้ตอนนี้ก็คือ การที่ยังคงอยู่และทำงานเคียงข้างร่วมกับน้อง ๆ เยาวชน ในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ของพี่เอง เหมือนกับที่เคยทำและเป็นเสมอมา เพราะงานเยาวชนคือส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตของพี่ และพี่ก็รักมันมาก ๆ และอยากส่งต่อความรักที่มีต่องานเยาวชนนี้ลงในหัวใจของน้อง ๆ ทุกคน พี่เชื่อว่าด้วยความคิด ด้วยพลังความสามารถของเยาวชนรุ่นนี้ ต้องทำให้เยาวชนคาทอลิกกลายเป็นความหวังที่เป็นปัจจุบันของพระศาสนจักรได้อย่างแน่นอน ส่วนความคาดหวังของพี่ที่มีต่อพระศาสนจักร และในระดับวัด คือ การที่พระสงฆ์และผู้ใหญ่นั้นใส่ใจและเห็นคุณค่าในการอภิบาลชีวิตและจิตวิญญาณของเด็กๆ และเยาวชนมากขึ้น ในทุกวันนี้มีเยาวชนคาทอลิกอีกมากที่พร้อมจะหลงไปกับกระแสแห่งโลกียะ ผันตัวออกห่างจากความเชื่อและความรักศรัทธาในพระเยซูคริสตเจ้า ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนแท้คนสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา พี่อยากเห็นพระศาสนจักรผ่านทางผู้อภิบาลทุก ๆ ท่าน ได้ออกแรงสนับสนุน ส่งเสริม ดูแล และป้องกันเยาวชนทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะ หรือสภาพใด ๆ เพื่อเยาวชนเหล่านี้จะได้กลับมาเป็นความหวังที่สดใสร่าเริงของพระศาสนจักรต่อไป และกลายเป็นครอบครัวคาทอลิกที่เข้มแข็งเพื่อส่งต่อความเชื่อของพวกเขาต่อลูกหลานต่อไป ส่วนคำถามสุดท้ายที่ถามว่า ถ้าคุณสามารถทำสิ่งใดได้สักอย่างใดอย่างหนึ่ง สิ่งที่คุณอยากจะทำให้พระศาสนจักร / วัด คืออะไร คำตอบของพี่ก็คือ พี่ก็จะใช้พระพรและความรู้ ความสามารถต่างๆ ที่พี่ได้รับอย่างเต็มที่สุดกำลังความสามารถ เพื่อทำให้งานเยาวชนเติบโตและก้าวหน้าไป ในฐานะที่เป็นครูคำสอน ก็จะขอยึดมั่นในหน้าที่นี้เพื่อประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้าทั้งในสนามแพร่ธรรมของการศึกษา และต่อบุคคลที่พี่รู้จักรอบข้าง ด้วยอุตสาหะ และไม่ย่อท้อเหมือนบรรดามชันนารีรุ่นแรกของมิสซังสยาม และที่สำคัญพี่จะยึดมั่นในการการปฏิบัติเพื่อเป็นคาทอลิกที่ดี เพราะการกระทำสำคัญกว่าคำพูดเสมอ เพราะฉะนั้นเราต้องใช้การกระทำของเราเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับทุกคน ในตอนแรกเริ่มนั้นเราอาจจะเป็นเพียงแสงเทียนดวงน้อยๆ ที่เพิ่งถูกจุด แต่ถ้าเราไม่หวั่นไหวต่อลมฝนและอุปสรรคต่างๆ แสงสว่างแห่งความเชื่อของเราก็จะถูกจุดส่งต่อไปยังทุกคนและบังเกิดผลอย่างบริบูรณ์อย่างแน่นอน ขออย่ายอมแพ้และตั้งใจทำหน้าที่ของตนให้ดีและสมบูรณ์ตลอดไป

รักเสมอนะครับ…พี่เบียร์เอง…

ชุมนุมเยาวชน สังฆมณฑลนครสวรรค์

กิจกรรม “ชุมนุมเยาวชน สังฆมณฑลนครสวรรค์”

วันที่ 13 มีนาคม 2021

จาริกกางเขน จากเกาะญวน สู่ อาสนวิหารนักบุญอันนา นครสวรรค์

ปีคริสตศักราช 2021 สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย กำหนดให้เป็นปีเยาวชนคาทอลิก และเชิญชวนให้ทุกสังฆมณฑลได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้บรรดาเยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชน และเป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปกับพวกเขา เหมือนไม้กางเขนของพระคริสตเจ้าที่ได้เดินเคียงข้างกับพวกเขาเสมอ ในเดือนมีนาคม 2021 เป็นเดือนที่หน่วยงานเยาวชน สังฆมณฑลนครสวรรค์ ได้รับมอบกางเขนที่เวียนไปในทุกสังฆมณฑล รับมอบกางเขนเพื่อจัดกิจกรรมภายในสังฆมณฑล ซึ่งสังฆมณฑลนครสวรรค์กำหนดการจัดกิจกรรมจาริกกางเขนขึ้นที่เกาะญวน เพื่อให้บรรดาเยาวชนได้ศึกษาเรียนรู้ความเป็นมาของความเชื่อคริสตศาสนาจากบรรพบุรุษที่เคยฝังร่าง และเคยอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ จนทุกคนเรียกติดปากว่า “เกาะญวน”

โดยการชุมนุมเยาวชนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้

1. เพื่อให้บรรดาเยาวชน ได้ศึกษาเรียนรู้ความเป็นมาของความเชื่อคริสตชนในสังฆมณฑลนครสวรรค์ สำนึกและขอบพระคุณบรรดาผู้แพร่ธรรม บรรพบุรุษแห่งความเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่อันมีจุดเริ่มต้นจากเกาะญวน

2. เพื่อให้บรรดาเยาวชนได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ในอันที่พวกเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องดูแลสังคมในอนาคต

3. เพื่อให้บรรดาเยาวชน ได้มีพระคริสตเจ้าอยู่เคียงข้างเป็นเพื่อนร่วมเดินทางกับเขา เหมือนดังกางเขนที่เดินทางไปพร้อมกับเขา

4. เพื่อให้บรรดาเยาวชนสนใจคุณค่าทางศาสนา วัฒนธรรม มากกว่าสนใจสิ่งเสพติดและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 

ประมวลภาพกิจกรรม

ดูภาพเพิ่มเติมได้จาก 

https://www.facebook.com/media/set/?vanity=nakhonsawancatholicmedia&set=a.506795884044503

เยาวชนในยุคแห่งโลกดิจิทัล

เยาวชนในยุคแห่งโลกดิจิทัล                                                                       

ในโลกแห่งการพัฒนาไม่รู้จบ เป็นยุคที่เทคโนโลยี มีบทบาทมากขึ้นกับชีวิตของมนุษย์ จะยกให้เป็นปัจจัยที่ต้องมีเพิ่มเสริมขึ้นมาก็ไม่ผิด มองลงมาเชื่อมโยงกับบทบาทของเด็กเยาวชนในยุคนี้ ที่กำลังหลงใหลในเทคโนโลยีเหล่านี้ และแน่นอนว่า มันทำให้เราลืมใครบางคนไปเลย ..

ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เริ่มลดลง ..

ความสัมพันธ์ระหว่างพระเป็นเจ้า เริ่มจางหายลงไป ..

สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ เป็นการย้ำเตือนเด็ก ๆ และ เยาวชนทุกคนว่า 

เราต้องไม่ลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือ การดำเนินชีวิตแบบพระคริสตเจ้า ท่ามกลางยุคแห่งความหลงใหลในวัตถุนิยม ค่านิยม และสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา แต่เราสามารถที่จะนำมันมาเชื่อมโยงกับความเชื่อของเรา และ สร้างสัมพันธ์รักกับพระเป็นเจ้าได้ อยู่ที่ตัวเราว่าเราจะสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาสร้างคุณค่า สร้างชีวิต สร้างความเชื่อ ความศรัทธา ได้อย่างไร .. 

สุดท้าย ขอฝากให้น้อง ๆ เยาวชน อย่าละทิ้งความเชื่อ และ ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อตามแบบอย่างพระคริสตเจ้าเสมอ..

ด้วยรัก และ คิดถึงน้อง ๆ เยาวชน
ยอห์น อิทธิ ทรงเสี่ยงชัย
ที่ปรึกษาคณะกรรมการเยาวชนคาทอลิกเขต 1 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

พิธีเปิดปีเยาวชน 2021
สังฆมณฑลอุดรธานี

บิชอปยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย (ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี) เป็นประธาน พิธีเปิดปีเยาวชน 2021 “เพื่อนคู่คริสต์” (2021 Year of the Youth Journey Together with Christ) และ มอบธงปีเยาวชนแก่พระสงฆ์ตัวแทน

เขตวัดทั้ง 6 เขต ในสังฆมณฑลอุดรธานี วันอังคารที่ 9 มีนาคม ค.ศ.2021 ณ ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑล อุดรธานี

ปีแห่งการเฉลิมฉลองนักบุญยอแซฟ

การประกาศ ปีแห่งการเฉลิมฉลองนักบุญยอแซฟ

สมณลิขิต “ด้วยหัวใจของบิดา – PATRIS CORDE” ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส

ในโอกาสครบ 150 ปี แห่งการประกาศ “นักบุญยอแซฟ ฐานะองค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากล” 

วันที่ 8 ธันวาคม 2020 ในวันสมโภชพระแม่มารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมล สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงประกาศให้ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2020 – 8 ธันวาคม 2021 ให้เป็น ปีแห่งพระภัสดาแห่งพระแม่มารีย์

จากสมณลิขิต “ด้วยหัวใจของบิดา” นักบุญยอแซฟเป็น

1. บิดาที่น่ารัก

นักบุญยอแซฟมีพระนางมารีย์เป็นคู่ชีวิต และเป็นบิดาของพระเยซูคริสต์ ท่านเป็นบิดาที่แท้จริง ท่านใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อดูแลครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ด้วยการอุทิศตนเองอย่างสิ้นเชิงให้กับพระมารดาและพระบุตรตลอดทั้งชีวิต และในการทำงาน ท่านเปลี่ยนกระแสเรียกชีวิตครอบครัวเป็นการบูชาเหนือธรรมชาติแห่งตัวของท่าน หัวใจของท่าน และความสามารถทุกอย่างของท่านเปลี่ยนให้เป็นความรักที่คอยรับใช้พระผู้ไถ่ ผู้ที่ค่อยๆ เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต

2. บิดาที่อ่อนโยนน่ารัก

ยอแซฟเห็นพระเยซูคริสต์เติบโตทีละเล็กทีละน้อย พระเยซูคริสต์ทรงเห็นความรักอ่อนโยนของพระเจ้าในตัวของยอแซฟ ถึงแม้ตัวยอแซฟเองจะมีความกลัว แต่การที่ท่านมีความเชื่อในพระเจ้า พระองค์ก็ยังคงสามารถกระทำการให้เกิดขึ้นได้ แม้กระทั่งท่ามกลางความกลัวและความอ่อนแอของพวกเรา ท่านนักบุญยังสอนพวกเราด้วยว่า ท่ามกลางมรสุมแห่งชีวิต พวกเราต้องไม่กลัวที่จะให้พระเยซูคริสต์เป็นผู้ถือหางเสือให้พวกเรา บางครั้งพวกเราต้องการที่จะควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่พระเจ้าจะมองเห็นภาพรวมที่ยิ่งใหญ่กว่าเสมอ

3. บิดาที่นบนอบ

ดังที่พระเจ้าทรงปฏิบัติต่อมารีย์ พระองค์ทรงเผยแผนการการไถ่กู้ของพระองค์กับยอแซฟ พระองค์ทรงกระทำดังกล่าวโดยผ่านทางความฝัน ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่พระเจ้าจะทรงทำให้พวกเราทราบถึงพระประสงค์ของพระองค์ ถึงแม้ยอแซฟจะร้อนใจมากถึงการตั้งครรภ์อย่างเร้นลับของมารีย์ ท่านไม่ต้องการที่จะ “ประณามเธอให้เป็นที่อับอายต่อสาธารณะชน”  ดังนั้นท่านจึงตัดสินใจที่จะ “ให้มารีย์จากไปอย่างเงียบๆ” (มธ. 1: 19) แต่ความนบนอบทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้สำหรับท่าน ท่านยินยอมรับความทุกข์ยากลำบากและปล่อยให้มารีย์เป็นอิสระ ในความฝันครั้งที่สองทูตสวรรค์แจ้งให้ยอแซฟทราบ “จงลุกขึ้นแล้วพาบุตรกับมารดาหนีไปยังประเทศอียิปต์ จงอยู่ที่นั่นจนกว่าข้าพเจ้าจะบอก เพราะว่าเฮร็อดกำลังตามหาเด็กเพื่อที่จะทำลาย” (มธ. 2: 13) อีกครั้งที่ยอแซฟไม่รีรอที่จะนบนอบโดยทันที ท่านไม่สนใจว่าจะเผชิญความยุ่งยากลำบากเพียงใด ในทุกเหตุการณ์ยอแซฟประกาศ “การตอบรับพระประสงค์ของพระเจ้า – ฟีอัต ” ของตนเองเช่นเดียวกับมารีย์ในการแจ้งข่าวของทูตสวรรค์และในสวนมะกอก และเช่นเดียวกัน ในฐานะที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ยอแซฟก็สอนพระเยซูคริสต์ให้นบนอบต่อบิดามารดาเช่นกัน

4. บิดาที่ยอมรับ

ยอแซฟยอมรับมารีย์โดยปราศจากเงื่อนไข วิถีชีวิตฝ่ายจิตที่ยอแซฟปูทางไว้ให้พวกเราเดิน ไม่ใช่หนทางแห่งการอธิบาย แต่เป็นหนทางแห่งการยอมรับ ซึ่งแน่นอนว่ายอแซฟไม่ได้เป็นคนนิ่งเฉยปล่อยให้สิ่งต่าง ๆ เป็นไปตามชะตากรรม แต่ท่านเป็นบุคคลกล้าหาญ จริงจังและไม่นิ่งเฉย ในชีวิตของพวกเรา การยอมรับและการให้การต้อนรับเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงของขวัญของพระจิตในเรื่องของความกล้าหาญ อันมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ประทานความเข้มแข็งให้พวกเรา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะยอมรับชีวิตอย่างที่ต้องเป็นไป พร้อมกับความขัดแย้ง ความอ้างว้าง และความผิดหวัง

นักบุญยอแซฟไม่ได้มองหาหนทางลัด แต่ท่านจะเผชิญหน้ากับความจริงด้วยสายตาที่เปิดกว้าง และมีความรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว ทัศนคติมุมมองของยอแซฟสนับสนุนให้พวกเรายอมรับผู้อื่นอย่างที่ท่านเป็น  โดยไม่มีการยกเว้นและห่วงใยเป็นพิเศษต่อบุคคลที่อ่อนแอกว่า

5. บิดาผู้กล้าหาญและมีความคิดสร้างสรรค์

ความกล้าหาญที่สร้างสรรค์ ท่ามกลางความยุ่งยากต่าง ๆ พวกเราจะสามารถยอมแพ้แล้วเดินหนีไปหรือต่อสู้กับปัญหาอุปสรรค บางครั้งความยุ่งยากลำบากทำให้เกิดทรัพยากรที่พวกเราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพวกเรามีอย่างเหลือล้น

ยอแซฟเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือก เพื่อชี้นำจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์แห่งการไถ่กู้ ท่านเป็น “อัศจรรย์” ที่แท้จริง ที่พระเจ้าทรงใช้เป็นเครื่องมือเพื่อช่วยพระกุมารและพระนางมารีย์ พระเจ้าทรงกระทำการโดยวางใจในความกล้าหาญที่สร้างสรรค์ของยอแซฟ สิ่งสำคัญที่สุด  พระเจ้าทรงมีวิธีที่จะช่วยให้พวกเรารอดเสมอ ขอเพียงแต่ว่าพวกเราต้องแสดงความกล้าหาญที่สร้างสรรค์เฉกเช่นช่างไม้แห่งนาซาเร็ธ ผู้ที่สามารถเปลี่ยนปัญหาให้เป็นความเป็นไปได้ด้วยการไว้วางใจในพระญาณสอดส่องของพระเจ้าเสมอ

หากบางครั้งพระเจ้าดูเหมือนจะไม่ทรงช่วยเรา แน่นอน นี่ไม่ได้หมายความว่าพวกเราถูกทอดทิ้ง แต่ตรงกันข้าม พวกเราได้รับการไว้วางใจให้วางแผน ให้มีความคิดสร้างสรรค์และหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวของพวกเราเอง

6. บิดาที่ทำงาน

นักบุญยอแซฟเป็นช่างไม้ที่ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยความซื่อสัตย์สำหรับครอบครัว การทำงานหมายถึงการมีส่วนร่วมในงานแห่งการไถ่กู้ เป็นโอกาสที่จะเร่งการมาถึงแห่งพระอาณาจักร เพื่อที่จะพัฒนาปัญญาและความสามารถของพวกเรา และนำมารับใช้สังคมและความเป็นหนึ่งเดียวกันฉันพี่น้อง นี่เป็นโอกาสที่ไม่เพียงแต่จะเพื่อความสำเร็จของตนเองเท่านั้น แต่ยังเพื่อครอบครัวอีกด้วย  ครอบครัวที่มีการทำงานจะเป็นการสร้างหลักประกันว่าทุกคนสามารถที่จะหาเลี้ยงชีพอย่างเหมาะสมได้

7. บิดาที่อยู่ในร่มเงา

ยอแซฟมีความสุขไม่ใช่เพียงการเสียสละตนเองเท่านั้น แต่ในการทำตนเองเป็นของขวัญด้วย  พวกเราไม่เคยเห็นท่านท้อแท้ ท่านมีแต่เพียงความไว้วางใจ การอยู่นิ่งอย่างอดทนของท่านเป็นพื้นฐานแห่งการแสดงออกถึงความไว้ใจ เด็กทุกคนมีความพิเศษเฉพาะตัวที่จะพัฒนาได้ก็ต้องด้วยความช่วยเหลือของบิดา ซี่งให้ความเคารพต่อเสรีภาพของบุตร บิดาควรรับรู้อย่างดีว่าตนเป็นบิดาและผู้อบรมที่สำคัญที่สุด จนกระทั่งตนไม่มีประโยชน์อีกต่อไป เมื่อเห็นว่าบุตรสามารถพึ่งตนเองได้ และสามารถที่จะเดินไปตามเส้นทางแห่งชีวิตได้ตามลำพัง  ยอแซฟก็เช่นกัน ท่านทราบอยู่เสมอว่าบุตรของตนมิใช่เป็นของตน เป็นแต่เพียงผู้ที่ถูกมอบไว้ให้ตนดูแล

(ขอบคุณที่มา จากบทความของวิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บสมณลิขิตนี้มาแบ่งปันและไตร่ตรอง)

คุณธรรม 6 ประการของนักบุญโยเซฟ จากชื่อ “JOSEPH”

โอกาสปีนักบุญโยเซฟ เราสามารถเลียนแบบคุณธรรมของนักบุญยอแซฟได้จากชื่อ “JOSEPH” ของท่าน ดังนี้

J: Justice หมายถึง ความยุติธรรม ยอแซฟเป็นบุรุษแห่งความชอบธรรมเมื่อทราบว่าพระนาง มารีย์ คู่หมั้นตั้งครรภ์ จึงคิดถอนหมั้นอย่างเงียบๆ เพื่อมิให้พระนางมารีย์ต้องเสียหายและอับอาย (มธ 1:19-25) เราจะต้องประพฤติตนในหนทางที่ถูกต้องและด้วยท่าทีที่เที่ยงธรรม

O: Obedience หมายถึง ความนอบน้อมเชื่อฟัง ยอแซฟนอบน้อมเชื่อฟังต่อทุกอย่างที่พระเจ้าทรงขอให้ท่านกระทำโดยไม่สนใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา เมื่อทูตสวรรค์บอกความจริงเกี่ยวกับบุตรที่พระนางมารีย์ทรงครรภ์ด้วยเดชะพระจิต ท่านได้รับพระนางมาเป็นภรรยาทันที (มธ 2:13-23) เราจะต้องเคารพเชื่อฟังครูอาจารย์และบิดามารดาของเรา

S: Silence หมายถึง ความเงียบ ยอแซฟเงียบเสมอและไม่มีคำถามใดๆ ในพระวรสารได้อ้างถึงคำพูดของท่านเพียงไม่กี่คำ ในความเงียบนี้เองทำให้ท่านได้พิศเพ่งและสรรเสริญการประทับอยู่ของพระเจ้า ความเงียบเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ดังนั้น เราจึงต้องรักษาความเงียบ มีสติ และฟังครูผู้สอนของเราอย่างตั้งใจ

E: Experience หมายถึง ความสันทัดจัดเจน นักบุญยอแซฟหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นช่างไม้และมีทักษะโดดเด่นในการทำงานไม้ ท่านได้ฝึกฝนพระเยซูเจ้าให้เป็นช่างไม้ที่เก่งและมีทักษะชีวิตที่ดีเยี่ยม เราต้องเรียนรู้ด้วยการกระทำ เพื่อเราจะได้มีประสบการณ์และทักษะที่เป็นเลิศในชีวิต

P: Prudence หมายถึง ความฉลาดรอบคอบ ในฐานะหัวหน้าครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ยอแซฟได้แสดงให้เห็นถึงความฉลาดรอบคอบในการดูแลและปกป้องพระเยซูเจ้า เราควรมีวินัยในตนเองด้วยการรู้จักใช้เหตุผล เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่น่าละอายและเป็นทุกข์ และแสดงให้เห็นถึงไหวพริบปฏิภาณและการตัดสินใจที่รอบคอบ

H: Humility หมายถึง ความสุภาพถ่อมตน เราทราบว่ายอแซฟเป็นผู้ที่วางใจในพระเจ้า ท่านปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความสุภาพและด้วยความเชื่อตลอดชีวิตของท่าน เราควรเป็นคนสุภาพและเรียบง่ายในชีวิต เป็นอิสระจากความเย่อหยิ่งและทะนงตน มีจิตใจที่ถ่อมตน ตระหนักในคุณค่าของตนเองและผู้อื่น

(ขอบคุณที่มาจากบทความจากคุณพ่อดาเนียล ขวัญ ถิ่นวัลย์)