Sample Page

คริสต์ถึงคุณ ep.2

คอลัมน์ คริสต์ถึงคุณ EP.02

โดย บราเดอร์นาว คามิลโล พรสรร

เคล็ดลับมิตรภาพ : ภาวนา ให้อภัย ให้โอกาส

หลายปีมาแล้ว ผมเคยมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งครับ เราสนิทกันมาก เราคุยกันได้ทุกเรื่อง เราเรียนด้วยกันทุกวัน เรียกได้ว่าถ้าเห็นคนหนึ่ง จะต้องเห็นอีกคนหนึ่งอยู่ด้วยกันเสมอ แทบจะเป็นเงาตามตัวกันเลยทีเดียว… ไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนจะเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เคยทะเลาะอะไรกันเลย ตรงกันข้ามครับ เราทะเลาะกันบ่อยมาก แต่ทุกครั้งจะใช้เวลาไม่เกิน 3 วันครับ…

วันแรกผมโกรธเขา วันที่สองผมหายโกรธ แต่เขาจะโกรธผมแทน ว่าทำไมผมต้องโกรธเขา และวันที่สาม เราจะมานั่งจับเข่าเคลียร์กัน แล้วก็กลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิม หรืออาจจะสนิทใจยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ เป็นอย่างนี้วนไปวนมาอยู่นานหลายปี

จนกระทั่งวันหนึ่ง เรามีเรื่องทะเลาะใหญ่โตจนถึงกับแตกหักกัน เพราะความเข้าใจผิดที่เกิดจากบุคคลที่สาม ทั้งเขาและผมต่างโกรธแค้นกันและค้างคาต่อมาอีกหลายปี เราสองคนต่างหลงลืมมิตรภาพและความทรงจำดีดีที่มีให้กันจนแทบจะหมดสิ้น

อย่างไรก็ตาม จากความโกรธแค้นในระยะแรก ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความไม่สบายใจในช่วงเวลาต่อมา ผมเองยอมรับว่าเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว… แต่ก็ไม่มั่นใจว่าควรจะแก้ไขสถานการณ์แห่งความบาดหมางนั้นอย่างไรดี? ครั้นจะเข้าไปเอ่ยปากขอโทษ ก็เกรงว่าจะต้องเสียหน้าเสียศักดิ์ศรีกลับมา เพราะถูกอีกฝ่ายปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

Christian life crisis prayer to god. Woman Pray for god blessing to wishing have a better life. woman hands praying to god with the bible. begging for forgiveness and believe in goodness.

ผมจึงตัดสินใจยอมวางศักดิ์ศรีและความหยิ่งทะนงในตัวเองลง แล้วภาวนาต่อหน้าพระเจ้า ผมกล่าวกับพระองค์ว่า ผมไม่ขอให้เราสองคนกลับมาคืนดี เป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนเดิมก็ได้ แต่ผมขอแค่พระองค์โปรดทรงทำให้ “ใจหิน” ของผม กลับกลายเป็น “ใจเนื้อ” และโปรดโน้มใจเขาให้อ่อนลง พร้อมที่จะให้อภัยความผิดในส่วนของผมที่ทำให้เขาไม่สบายใจ

คำวอนขอนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ในสายตามนุษย์ แม้กระทั่งสายตาของตัวผมเอง

แต่ผมก็ยังคงเชื่อมั่นว่า ทุกสิ่งเป็นไปได้ในพระองค์!!

และเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในที่สุด!!… จู่ ๆ วันหนึ่ง เพื่อนคนนั้นก็เดินเข้ามาหาผมแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย และพูดคุยปรับความเข้าใจกับผมอย่างไม่น่าเชื่อ!!… “อัศจรรย์” ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ก็โดยอาศัย “คำภาวนา การให้อภัย และการให้โอกาส” ต่อกัน ระหว่างผมกับเพื่อนคนนั้น

แม้วันนี้เราจะไม่ได้เรียนด้วยกันแล้ว ไม่ได้พูดคุยกันบ่อยเหมือนแต่ก่อน แต่เราต่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายคือเพื่อนที่จริงใจของเราเสมอ และพร้อมจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แก่กันในทันทีที่อีกฝ่ายร้องขอ โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ เพราะเราต่าง “ให้ใจ” แก่กันและกัน

Business teamwork join hands together. Business teamwork concept

พี่น้องก็เช่นกันนะครับ… “คำภาวนา การให้อภัย และการให้โอกาส” ของเราแต่ละคนสามารถก่อให้เกิดอัศจรรย์ในชีวิตของเราและเพื่อนพี่น้องรอบข้างได้ ขอเพียงเรามีความเชื่อและลงมือทำ

ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องทุกท่าน “ภาวนา ให้อภัย และให้โอกาส” แก่ผู้ที่อยู่รอบข้างเรา เพื่อจะพากันก้าวเดินไป บนหนทาง ความจริง และชีวิตขององค์พระคริสตเจ้า สู่บ้านแท้นิรันดรในสวรรค์ด้วยกันครับ… ขอพระเจ้าอวยพรและคุ้มครองทุกท่านเสมอครับ

Is am are: คุณพ่อ ยอห์น วิชญะ ประทุมมา (พ่อขวัญ)

สวัสดีครับ ชื่อ คุณพ่อ ยอห์น วิชญะ ประทุมมา (พ่อขวัญ) สังฆมณฑลนครราชสีมา

1. หน้าที่ได้รับมอบหมาย

1.1 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสอาสนวิหารแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ดนครราชสีมา                 

ช่วยงานศาสนบริกรคริสตชน ในด้านศีลศักดิ์สิทธิ์ การเยี่ยมเยี่ยนสัตบุรุษ และรับผิดชอบดูแล บริหารไร่วนานุรักษ์ (ค่ายลูกเสือไร่ 74) วังน้ำเขียว 

1.2 ผู้รับผิดชอบ (จิตตาภิบาล) แผนกเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา

ทำหน้าที่ทั้งจิตตาภิบาลและผู้ประสานงานเยาวชนในสังฆมณฑล ดูแล จัดโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องกับแผนงานอภิบาลของสังฆมณฑลที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน 

2. ความคาดหวังในงานและในเยาวชน

พ่อเองพยายามทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเต็มที่ ตามความสามารถที่ทำได้กับงานหรือกิจกรรมที่ส่งเสริมน้อง ๆ เยาวชนสามารถดำเนินชีวิตในปัจจุบันให้เป็นปัจจุบัน ดำเนินชีวิตเพื่อกันและกัน ในความเป็นหนึ่งเดียวและรวมมือกับงานของพระศาสนจักร

ที่สุดแล้ว เยาวชนต้องสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กันและกันในการทำหน้าที่ของตนเองในปัจจุบัน และเป็นแรงแรงบันดาลใจต่อผู้อื่นในสังคมต่อไป

ค.คน ชวนคิด 5

ถ้าเราสามารถย้อนเวลากลับไปได้สักยี่สิบหรือสามสิบปี

เราจะกลับไปบอกอะไรกับตัวเราเองเมื่อยังเป็นเด็ก

เราคงจะบอกให้ตัวเด็กของเราทำหลายอย่า

 ที่จะทำให้เราในปัจจุบันประสบความสำเร็จ

เจริญก้าวหน้าในความเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งในสังคม

และคงไม่ใช่บอกให้ทำแต่อย่างเดียว

เราคงบอกตัวเด็กของเราไม่ให้ทำหลายอย่าง หรือหลีกเลี่ยงบางอย่างที่จะเป็นอุปสรรค

ทำให้ตัวผู้ใหญ่ของเราในปัจจุบันที่ควรจะประสบความสำเร็จ

หรือควรจะเจริญก้าวหน้ามากกว่านี้ แต่ไม่!

และถ้ามองอีกมุม หากตัวเราในอนาคตอีกยี่สิบปีย้อนเวลามาหาเราในปัจจุบัน ก็คงจะบอกลักษณะเดียวกัน

เยาวชนที่รัก

น่าคิดนะ ในความเป็นจริง เราในปัจจุบันคงย้อนไปบอกคนในอดีตไม่ได้

และคนในอนาคตก็ย้อนเวลามาหาเราในปัจจุบันไม่ได้

แต่เราในปัจจุบันมองไปยังอนาคตได้

ใช้อดีตของตัวเราเป็นบทเรียนและวางแผนให้ตัวเราในปัจจุบัน

ทำในสิ่งที่ต้องและควรทำ หลีกเลี่ยงและกล้าปฏิเสธสิ่งที่จะทำให้ปัจจุบันของเราแย่

เพราะสิ่งไม่ดีเหล่านี้จะกลายเป็นอุปสรรคในการก้าวเดินไปถึงอนาคตที่ประสบความสำเร็จ

คงบอกไม่ได้ว่าแต่ละคนจะต้องทำอย่างไร เพื่อมีอนาคตที่งดงาม

เพราะคงยากพอ ๆ กับการย้อนเวลา

แต่ที่พอจะบอกได้คือ อนาคตของใคร คน ๆ นั้น

ต้องเป็นคนบอกตัวเองในปัจจุบันทุก ๆ วัน และลงมือสร้างมันด้วยตัวเอง

เพราะความตั้งใจดี ที่ถูกลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง คือหนทางไปสู่อนาคตที่งดงาม

“ข้าวจานแรก”

“ข้าวจานแรก” ที่ไม่ได้เอาตัวเข้าแลก

เมื่อเวลา 14. 30 น. หญิงสาวคนหนึ่ง ท่าทางเหนื่อยล้า และตื่นตระหนก เดินเข้ามาในศูนย์ฯ ของเรา คณะศรีชุมพาบาล และแจ้งว่า อยากมาสมัครเรียนภาษาอังกฤษ ซิสเตอร์จึงถามหญิงสาวนั้นว่า สมัครเรียนภาษาอังกฤษได้ค่ะ ซิสเตอร์ถามต่อว่า ทานข้าวมาหรือยังค่ะ และ หญิงสาวตอบว่า ยังไม่ได้ทาน ฉันไม่หิว (เธอตอบ)

…. (จากที่ซิสเตอร์มองด้วยสายตาห่วงใยลูกแกะ)… 

ทานข้าวก่อนนะ จะได้มีแรง 

ซิสเตอร์ จึงได้ขอให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ได้จัดหาอาหาร มาให้เธอทาน…

หญิงสาว ก้มลงที่จานข้าว ทานข้าวพร้อมทั้งน้ำตาไหลอาบแก้มตกลงไปในจานข้าว

และหญิงสาวพูดขึ้นมาว่า “เป็นจานข้าวจานแรกในชีวิต ที่ฉันไม่ได้เอาตัวเข้าแรก”

…. ซิสเตอร์ได้ฟังแล้วรู้สึกช็อคมาก ตกใจและพูดไม่ออก เงียบนั่งอยู่กับหญิงสาวคนนั้น………

(รายละเอียดส่วนลึกไม่สามารถพูดออกสื่อได้…)

หญิงสาว เรียกซิสเตอร์ว่า อาจารย์ และ หญิงสาวถามว่า ซิสเตอร์นับถือพระเยซูหรือคะ ?

ซิสเตอร์จึงถามหญิงสาวว่า เพราะอะไรถึงถามคำถามนี้คะ

หญิงสาวตอบว่า เพราะพระเยซูให้อาหารกับคนที่หิวโหย และมีความรักให้กับคนอื่น……

….พี่น้องผู้อ่านที่รักทุกท่าน

คำคำนี้เหมือน พระคัมภีร์ตบหน้าซิสเตอร์เลย ทำให้ซิสเตอร์หยุดไตร่ตรอง….

ขอบคุณพระที่ได้ให้ประสบการณ์นี้กับซิสเตอร์

นั้นทำให้ซิสเตอร์ได้เข้าใจว่า การดำเนินชีวิตของเราต้องเป็นประจักษ์พยาน

การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน

โดย ซ.ปิยฉัตร บุญมูล คณะศรีชุมพาบาลแห่งประเทศไทย

ศาสนสัมพันธ์ ตอนที่ 7

หลักการทำศาสนสัมพันธ์

เขียนโดย วรินทร เหมะ

บางคนอาจจะคิดว่าศาสนสัมพันธ์เป็นเรื่องง่าย  ใคร ๆ ก็ทำได้ นึกอยากจะทำก็ทำได้ทันที  บางคนอาจคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องนี้ยากมาก เป็นเรื่องที่จะต้องปะทะคารม ทำให้ผิดใจกันง่าย ๆ ควรหลีกเลี่ยงให้มาก  จากแนวความคิดทั้งสองดังกล่าวก็เป็นความคิดและความรู้สึกที่แท้จริงในสังคม จากอดีตถึงปัจจุบัน การที่ไม่มี ศาสนสัมพันธ์ก่อให้เกิดผลเสียมากมายทั้งโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย แต่ถ้าจู่ ๆ จะหันกลับมาทำศาสนสัมพันธ์โดยไม่มีการเตรียมตัวที่ดี แทนที่จะสร้างความสัมพันธ์อาจจะจุดประเด็นความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ได้อีก จึงจำเป็นที่จะต้องรู้หลักการที่ถูกต้อง และมีความรู้ความเข้าใจที่ดีพอสมควร จึงจะทำให้งานศาสนสัมพันธ์เจริญก้าวหน้าและเกิดผลดีแก่ทุกคน  ขอแบ่งหลักการทำงานศาสนสัมพันธ์ไว้ 3 ขั้นตอน ดังนี้

1.ขั้นตอนการเสวนา

เตรียมจิตใจ  

: มีความเข้าใจว่าพระศาสนจักรสอนและส่งเสริมให้ทำศาสนสัมพันธ์  โดยศึกษาพื้นฐานจากพระคัมภีร์คำสอนของพระศาสนจักร  ดูแบบฉบับของผู้นำพระศาสนจักร 

: เรียนรู้หลักของศาสนสัมพันธ์ที่ถูกต้อง  ทั้งกระบวนการ  วิธีการและเป้าหมาย 

: เรียนรู้ศาสนาของตนเองให้ดี  เป็นศิษย์ที่แท้ของศาสนาของตน

: เรียนรู้หลักคำสอนและพิธีกรรม ขนบธรรมเนียมของศาสนาของคู่เสวนา  เพื่อจะได้มีความรู้พอที่จะเริ่มต้นการเสวนาแสดงถึงความเอาใจใส่ผู้เสวนา  ผู้ที่จะทำเสวนาต้องเรียนรู้ศาสนาอื่นๆเป็นคนใจกว้างและมีน้ำใจ

เตรียมความพร้อมภายนอก 

: ทำตัวเองให้มีบุคลิกที่ดี  การแต่งกายต้องสุภาพเรียบร้อยเป็นการให้เกียรติแก่คู่เสวนา  น่าคบหา 

: ปฏิบัติตามธรรมเนียม  มีการติดต่อล่วงหน้า  กำหนดเวลาและมาตามนัด มีของเยี่ยมของฝาก 

: เตรียมหัวข้อหลากหลายในการเสวนาธรรม 

การเตรียมจิตใจในทุกครั้งก่อนที่เราจะไปทำศาสนสัมพันธ์กับผู้อื่น เราจะต้องรู้เรา รู้จักศาสนาของตนให้ถ่องแท้  เพื่อนำไปตอบคำถามเวลาคู่เสวนาที่เขาสงสัยและอยากที่ซักถาม  และเราต้องรู้เขา คือการรู้หลักคำสอนและพิธีกรรม ขนบธรรมเนียมของคู่เสวนา ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเอาใจใส่ต่อคู่เสวนา สิ่งสำคัญคือ เราต้องเปิดใจ ใจกว้างในการรับรู้ และมีน้ำใจต่อคู่ที่เราเสวนาด้วยความจริงใจ สำหรับการเตรียมความพร้อมภายนอก เมื่อเรารู้ธรรมเนียมปฏิบัติเป็นอย่างดีแล้ว ในเรื่องบุคลิก การแต่งกาย  การประสานงาน และเตรียมประเด็นที่เราไปเยี่ยมเยียนเขาที่ชัดเจนโปร่งใส่ การเสวนาก็จะไม่เป็นที่สะดุดอย่างแน่นอน