Sample Page

ค.คนชวนคิด 2

“ชีวิตเราต้องเดินไปข้างหน้า ช้าบ้างเร็วบ้าง แต่ต้องดีกว่าเดิม ไม่ใช่ดีกว่าใคร”

ขอบคุณเจ้าของข้อความ ซึ่งเป็นใครไม่รู้ แต่ให้มุมมองดูชีวิตที่ดี

เพราะในสังคมแห่งการแข่งขัน หลาย ๆ ครั้งทำให้คนเรารู้สึกว่าต้องเป็นที่หนึ่ง

ต้องเป็นผู้ชนะ ต้องเป็นผู้นำ

ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงก็รู้อยู่ว่าคงไม่มีใครที่เป็นที่หนึ่งในทุกเรื่อง หรือชนะได้ทุกครั้ง

มีเข้มแข็งในบางเรื่อง มีอ่อนแอในบางอย่าง

นั่นคือธรรมชาติที่แท้จริงของเรามนุษย์ บุคคลภายนอกจึงไม่ใช่คู่แข่ง

แต่เป็นผู้ที่เดินทางไปด้วยกันในเวลาที่จำกัดบนโลกใบนี้

คู่แข่งที่แท้จริงของเราแต่ละคนในการเจริญชีวิต

ก็คือตัวเราเอง ตัวเราเองเมื่อวานนี้ ตัวเราเองเมื่อสัปดาห์ก่อน

ตัวเราเองเมื่อเดือนที่ผ่านมาตลอดตัวเราเองที่ช้าบ้าง เร็วบ้าง แต่เป็นปัจจุบันที่ดีกว่าเดิม

เยาวชนที่รัก

คู่แข่งในการเจริญชีวิตของเรา ไม่ใช่เพื่อนที่อยู่รอบข้าง ความหมายของคำว่าเพื่อน ทำให้คนเหล่านั้น และตัวเราต้องช่วยเหลือเกื้อกูล ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน หยุดใจของเราที่จะเปรียบเทียบกับคนอื่น โดยเฉพาะด้านวัตถุสิ่งของภายนอกแต่จงมองตัวเรา เพื่อให้พบความพอเพียง ที่เหมาะสม ที่เหมาะสมจริง ๆ กับตัวตนของเรา เป็นจุดยืนที่ชัดเจนและเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเอาชนะตัวตนในอดีตทีไม่ดีหรือดีน้อยกว่า เพราะตัวฉัน ณ วันนี้ ที่ดีกว่าเมื่อวาน คือการพัฒนา

IS AM ARE:
สิริกัญญา มากุลวนิชย์นันท์ (นุ้ย)

สวัสดีค่ะ “เพื่อนคู่คริสต์” ทุกท่าน คอลัมภ์ Is Am Are ฉบับนี้ บอกอขอร่วมแสดงความยินดีกับพี่นุ้ย… เจ้าหน้าที่สำนักงานแผนกเยาวชนที่ทำงานครบ 25 ปี… และขอถือโอกาสสัมภาษณ์พี่นุ้ยเป็นพิเศษด้วยนะคะ…

ขอพี่นุ้ยช่วยแนะนำตัวให้บรรดาเพื่อนคู่คริสต์รู้จักกันหน่อยค่ะ…

เทเรซา สิริกัญญา มากุลวนิชย์นันท์ (นุ้ย) ทำงานที่สำนักงานแผนกเยาวชนฯ ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2539 ปัจจุบันทำงานครบ 25 ปีพอดีเลยค่ะ 

เมื่อมองย้อนดูประวัติศาสตร์ของแผนกเยาวชนฯ ในอดีตใช้ชื่อว่า “สภาเยาวชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย” ก่อตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 ทำให้นุ้ยภาคภูมิใจและขอบคุณในพระพรและพระหรรษทานจากพระเจ้า ที่ทรงเลือกสรรและเตรียมหนทางชีวิตของเราตั้งแต่เด็ก เพื่อมาเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือพระทรงเรียกเราให้เข้ามาทำงานในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันก่อตั้งของสภาเยาวชนฯ อีกด้วยค่ะ 

จากบรรทัดนี้เป็นต้นไป นุ้ยขอนำเพื่อน ๆ ก้าวไปด้วยกัน เพื่อดูการพัฒนาของชีวิตตลอด 25 ปีที่ผ่านมาค่ะ… นุ้ยเริ่มเข้าทำงานในปลายสมัยคุณพ่อชัชวาลย์ ศุภลักษณ์ เป็นเลขาธิการสภาเยาวชนฯ การได้มาทำงานที่นี่นั้นถือว่าพระทรงนำทางอย่างแท้จริง จำได้ว่าวันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2539 เจ้แจ๋วเพื่อนรุ่นพี่ที่วัดนักบุญยอแซฟ ตรอกจันทน์ ชวนมาซื้อรูปพระ เขาบอกว่าสื่อมวลชนฯ ย้ายจากอัสสัมชัญ บางรัก มาที่สาธุประดิษฐ์แล้ว เมื่อมาถึงเราทั้งสองเห็นชื่อตึกสภาพระสังฆราชฯ ก็เดินขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงชั้น 5  เห็นห้องเยาวชนมีคนอยู่ จึงเข้าไปสอบถาม และเจอพี่พีรนันท์ วันชา รุ่นพี่ที่พระหฤทัยฯ จึงถามสารทุกข์สุขดิบเพราะไม่เจอกันนาน เขาจึงชวนมาทำงานที่นี่ จากนั้นเขาก็โทรหาคุณพ่อชัชวาลย์ ซึ่งเป็นเลขาธิการฯ พ่อบอกว่าพรุ่งนี้ให้เข้ามาพบ หลังจากนั้นท่านก็รับนุ้ยเข้าทำงานและย้ำว่า “ให้อดทนและตั้งใจทำงานให้ดี” และพี่ ๆ ทุกคนก็ยิ้มต้อนรับเราอย่างอบอุ่น ยอมรับว่าตื่นเต้นมาก ๆ ค่ะ 

คุณพ่อมีพระคุณต่อนุ้ยเป็นอย่างมาก ท่านสอนงานเราด้วยตัวของท่านเอง ตั้งแต่การใช้งานคอมพิวเตอร์ excel – word งานด้านเอกสารและความรู้อีกมากมาย ปัจจุบันจึงทำให้นุ้ยมีความชำนาญงานด้านเอกสารเป็นพิเศษค่ะ และในช่วงนั้นเป็นช่วงการเตรียมงาน 10 ปีปีเยาวชนสากล คุณพ่อต้องเดินทางไปอบรมให้ความรู้ตามสังฆมณฑล-องค์กรต่าง ๆ ท่านให้นุ้ยไปพร้อมกับพี่ ๆ เจ้าหน้าที่สภาเยาวชนฯ ด้วย ระหว่างการเดินทางคุณพ่อก็จะสอน ให้คำแนะนำ และเห็นแบบอย่างที่ทุกคนทำงาน ทำให้เราได้เรียนรู้งานค่อนข้างมากค่ะ

วาระต่อมา : – ในสมัยคุณพ่อเลโอ โอโชวา เป็นเลขาธิการสภาเยาวชนฯ ท่านปลูกฝังจิตตารมณ์ความเป็นผู้ร่วมงานของพระ การทำงานแบบจิตอาสา พ่อมักพูดเสมอว่า “ทำงานของพระไม่ต้องกังวลสิ่งใด ไม่ต้องคิดถึงเรื่องเงิน พระจะทรงดูแลเราอย่างดี ขอให้เราทำงานให้พระองค์อย่างเต็มที่” ในวันนั้นเอง นุ้ยจึงตั้งจิตอธิษฐานวอนขอพระพรจากพระเจ้า ถวายตัวและครอบครัวแด่พระองค์ ขอทรงช่วยดูแลแทนเราด้วย ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ พระเจ้าทรงดูแลตามที่ทรงสัญญาไว้เสมอค่ะ 

ในสมัยที่ทำงานกับคุณพ่อเลโอ โอโชวา ท่านชอบงานอภิบาลเชิงรุก ด้วยการออกไปให้ความรู้และประสานความร่วมมือกับสังฆมณฑล-องค์กรที่ทำงานเพื่อเด็กและเยาวชน จึงทำให้นุ้ยมีโอกาสได้ออกไปพบกับโลกที่กว้างมากยิ่งขึ้นตั้งแต่เหนือจรดใต้ และได้เสริมสร้างมิตรภาพกับผู้คนมากมาย 

โครงการสัมมนาผู้ประสานงานเยาวชน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญมาก และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งมิตรภาพที่ดีกับพี่น้องเพื่อน ๆ ผู้ประสานงานเยาวชนจากทั่วประเทศ จำได้ว่าเมื่อก่อนสังฆมณฑล-องค์กรไหนจัดกิจกรรมเยาวชน เขาจะขอให้บรรดาผู้ประสานงานจากสังฆมณฑลอื่น ๆ ไปช่วยงาน มิตรภาพที่เรามีให้กันนี้ ส่งเสริมเราให้สนิทกับบรรดาผู้นำเยาวชนของสังฆมณฑลนั้น ๆ ด้วย น้อง ๆ เห็นรุ่นพี่สนิทกัน ช่วยเหลือกัน ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข ทุกคนในค่ายก็พลอยมีความสุขไปด้วย และมิตรภาพที่ดีระหว่างผู้ประสานงานและผู้นำเยาวชนในยุคนั้น ก็ยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน เพื่อนพี่น้องทั้งหลายเหล่านั้นต่างออกไปใช้ชีวิตตามหนทางของตน บางคนก็แต่งงานมีครอบครัว หรือแม้แต่ “พี่ตี๋ใหญ่” อดีตผู้ประสานงานเยาวชนสังฆมณฑลอุบลราชธานี ได้จากพวกเราไปแล้ว แต่คำว่า “มิตรภาพ” ไม่เคยจางหาย เรายังคงคิดถึงกันเสมอค่ะ 

ในช่วงปลายสมัยของคุณพ่อเลโอ ปี ค.ศ.1999 ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพงานวันเยาวชนเอเซีย ครั้งที่ 1 (Asian Youth Day) จัดที่หัวหิน นุ้ยและเจ้าหน้าที่สภาเยาวชนฯ บางส่วน ต้องไปทำงานอยู่ที่หัวหินเกือบปี และนุ้ยเองได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประสานงานสำหรับเยาวชนไทยที่จะเข้าร่วมงานนี้ คุณพ่อเลโอได้สอนวิธีการประสานงานและคอยให้คำปรึกษาอย่างดี นับเป็นบทเรียนที่ดีมากสำหรับนุ้ยในการทำงานเยาวชนค่ะ 

วาระต่อมา : – ในสมัยที่ร่วมงานกับคุณพ่อสมชาย อัญชลีพรสันต์ (พ่อโก๋) ในสมัยนี้นุ้ยได้เรียนรู้ทักษะการขับรถเป็นพิเศษค่ะ คุณพ่อมักจะให้โอกาสเป็นพลขับรถพาท่านและเพื่อนร่วมงานไปร่วมกิจกรรมเยาวชนอยู่เสมอ… ในการขับรถเรายังได้เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ มากมาย ทั้งการตัดสินใจที่ฉับไว ระบบการทำงานของร่างกายตั้งแต่ สติ สมอง สายตา มือ เท้า หู และปากที่ต้องพูดคุยกับผู้ร่วมทางด้วย เรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาทั้งครบอย่างแท้จริง รวมถึงความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อชีวิตของเพื่อนร่วมทางอีกด้วย และอีกหนึ่งงานที่ได้รับมอบหมายคือ การทำงานด้านบัญชี ดูแลการเงินของสำนักงาน นุ้ยจึงได้เสริมทักษะด้านนี้เพิ่มเติมขึ้นค่ะ

วาระต่อมา : – ในสมัยที่ร่วมงานกับคุณพ่อโกวิทย์ เจริญพงศ์ ท่านมอบหมายงานใหม่ให้คือ… งานด้านสาระสนเทศ ทำ Website และจุลสารเยาวชน นี่เป็นการเรียนรู้ที่น่าตื่นเต้นของชีวิตมากค่ะ เราต้องปรับเปลี่ยนทัศนะคติกับโลกดิจิทัลเทคโนโลยีที่ทันสมัย โชคดีที่มีพี่นริศ มณีขาว และอาจารย์เขียด คอยสอนและช่วยเหลือเสมอ ในปลายสมัยของคุณพ่อโกวิทย์ สภาพระสังฆราชฯ ย้ายสถานที่ทำงานจากตึกที่ 4 มาอยู่ตึกที่ 1 ทำให้พวกเราต้องเก็บเอกสาร เก็บของทั้งหมด นอกจากเก็บแล้วก็จำเป็นต้องทิ้งเอกสารบางส่วนด้วย และสิ่งที่ส่งผลดีกับนุ้ยคือ นุ้ยได้อ่านเอกสารเก่า ๆ เก็บข้อมูลเก่า ๆ รวบรวมไว้เป็นปีต่อปี และรู้สึกภาคภูมิใจมาก ที่ได้มีส่วนเก็บรักษาประวัติศาสตร์ของสภาเยาวชนฯ ค่ะ

วาระต่อมา : – ในสมัยที่ร่วมงานกับคุณพ่อสุขสันต์ ชาวปากน้ำ ท่านให้ความสำคัญกับการอบรมฝ่ายจิตใจ ท่านจะจัดอบรมเพื่อพัฒนาชีวิตจิตให้กับบุคลากรของสภาพระสังฆราชฯทุกวันศุกร์ต้นเดือน การทำงานร่วมกับคุณพ่อถือเป็นพัฒนาการเรียนรู้ไปด้วยค่ะ นอกจากนั้นแล้วคุณพ่อยังให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ของบุคลากรในสภาพระสังฆราชฯ ท่านจัดให้มีคณะกรรมการชุดพิเศษ เพื่อขอให้จัดสวัสดิการที่ดี ส่งเสริมด้านการศึกษาให้กับบุตรของบุคลากร ส่งเสริมให้มีกิจกรรมที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในสภาพระสังฆราชฯ และคุณพ่อได้ส่งเสริมนุ้ยให้เรียนรู้วิธีการทำ Website ด้วยโปรแกรมที่ทันสมัยเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ช่วงนั้นนุ้ยมีความสุขและสนุกมากกับการออกแบบ การพัฒนาความคิดของตนเอง และสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมากคือ ทำอย่างไรให้บรรดาเยาวชนสนใจและติดตามงานอภิบาลเยาวชนผ่านทาง Website และจุลสารค่ะ

 

วาระต่อมา : – ในสมัยที่ร่วมงานกับคุณพ่อสราวุธ อมรดิษฐ์ (พ่อน้า) สิ่งที่ได้เรียนรู้จากคุณพ่อคือ ความมีน้ำใจดี ทุกครั้งที่พวกเราออกไปร่วมกิจกรรมนอกสถานที่ ไม่ว่าจะไปจัดค่ายเยาวชน หรือจัดสัมมนาต่าง ๆ คุณพ่อจะแวะซื้อของฝากให้กับบุคคลที่จะพบเจอ และใจดีซื้อให้กับพวกเราด้วยค่ะ อีกหนึ่งแบบอย่างที่เรียนรู้จากพ่อน้าคือ ความสุภาพ ท่านมักจะพูดว่า “ครับ…ได้ครับ” เสมอค่ะ 

ในการทำงาน ท่านส่งเสริมให้นุ้ยทำงานด้านการบริหารโครงการและการประสานงาน เรื่องการประสานงานไม่ยากมากนักเพราะเราทำงานมาพอสมควรแล้ว แต่งานบริหารโครงการนั้น นุ้ยต้องศึกษาเพิ่มเติมและอ่านเอกสารโครงการเก่า ๆ สิ่งที่ทำให้มีความสุขคือ การได้อ่านงานอภิบาลเด็กและเยาวชนของแต่ละสังฆมณฑล ทำให้ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์มากยิ่งขึ้นค่ะ 

ช่วงปลายสมัยของคุณพ่อน้า ท่านและพระสังฆราชสิริพงษ์ จรัสศรี ส่งเสริมให้นุ้ยได้รับการศึกษาต่อด้านงานอภิบาล ที่สถาบัน Fondacio Asia @ Philippines ณ เวลานั้นเราคิดเยอะมากค่ะ ทั้งเรื่องภาษาอังกฤษ รวมถึงการเรียนและการใช้ชีวิต เราปรึกษาเพื่อน ๆ หลายคน มีเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า “เมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจของตนเอง” ที่สุดเราก็ตัดสินใจไปค่ะ และไปเรียนภาษาอังกฤษกับซิสเตอร์กาเบรียล คณะพระกุมารเยซู ท่านสอนและแนะนำมากมาย นุ้ยขอยกให้ท่านเป็นอีกหนึ่งผู้พระคุณในชีวิตค่ะ 

นุ้ยเดินทางไปฟิลิปปินส์ปลายเดือนเมษายน ค.ศ.2011 ต้นสมัยการเข้ามาบริหารงานของคุณพ่ออายุวัฒน์ โสนน้อย (พ่อโน้) จึงทำให้ไม่มีโอกาสร่วมงานกับคุณพ่อค่ะ… การเรียนที่ฟิลิปปินส์นั้นนุ้ยได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับงานอภิบาลและคำสอนของพระศาสนจักร ได้รับประสบการณ์ที่ดี ได้รับมิตรภาพอันดีจากเพื่อนพี่น้องในหมู่คณะ และเป็นพิเศษกับน้องเยาวชนลาว 3 คน มิตรภาพจากบรรดาพระสงฆ์ นักบวช และบราเดอร์ชาวไทยที่ไปศึกษาต่อที่นั่น และนุ้ยยังได้รับการส่งเสริมให้ไปเรียนที่ Saint Vincent School of Theology สาขาวิชา The Introductory Theological Formation (ITF) – Tandang Sora Avenue ทุกเช้านุ้ยมีโอกาสได้ร่วมมิสซาภาษาตากาล๊อก (ภาษาประจำชาติ) เห็นถึงการนำวัฒนธรรมมาใช้ในศาสนพิธี ทำให้รู้สึกรักในพิธีกรรม ในบทเพลงและภาษามากค่ะ ด้วยความรักนี้ทำให้เมื่อถึงวันที่ต้องเดินทางกลับไทยนั้น ไม่อยากกลับมาเลยค่ะ 555

เมื่อกลับมาแล้ว… นุ้ยได้ร่วมงานกับคุณพ่อปราโมทย์ นิลเพ็ชร ผู้อำนวยการแผนกเยาวชนฯ คุณพ่อมีความสามารถมาก จึงได้ดำรงตำแหน่งนานถึง 2 สมัย การทำงานร่วมกับพ่อโมทย์เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและสนุกกับการทำงานมากค่ะ พ่อเปิดโอกาสให้เราสร้างสรรค์งานอย่างเต็มที่  พร้อมรับฟังข้อเสนอและความความคิดเห็น พร้อมให้คำปรึกษา ให้มุมมองที่แตกต่าง สอนให้เราฝึกคิดหลาย ๆ ด้าน คิดอย่างรอบคอบก่อนลงมือทำ พ่อจะจำเรื่องงานต่าง ๆ ได้เสมอ และคอยติดตามงานอย่างใกล้ชิด นอกจากพ่อจะเป็นเจ้านายแล้ว นุ้ยยังยกให้เป็นพ่อวิญญาณอีกด้วยนะคะ เพื่อขอคำแนะนำในเรื่องส่วนตัวค่ะ

วาระต่อมา : – ในสมัยที่ร่วมงานกับสานิตย์ พลมาก (พ่อไก่) แม้นคุณพ่อจะเป็นพระสงฆ์สังฆมณฑลอุบลราชธานี แต่ระยะทางไกลก็ไม่ได้ทำให้ท่านทิ้งระยะห่างจากพวกเราเลย ท่านมาทำงานทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ และถ้ามีกิจกรรมพิเศษท่านก็จะเข้าร่วมเสมอค่ะ การทำงานร่วมกับพ่อไก่เป็นช่วงเวลาแห่งความอบอุ่น ท่านมักจะทานอาหารเที่ยงร่วมกับพวกเราเสมอ นี่เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศแห่งความทรงจำที่ดีค่ะ 

ตั้งแต่ต้นปี ค.ศ.2019 มีการเตรียมงานรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนประเทศไทยและพระองค์ทรงปรารถนาที่จะพบปะและถวายมิสซาเพื่อบรรดาเยาวชน ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ แผนกเยาวชนฯ จึงแต่งตั้งให้คุณพ่อสุรศักดิ์ อัมพาภรณ์ (พ่อต้อม) เป็นประธานจัดงานฯ ท่านจึงเข้ามาช่วยงานควบคู่ไปพร้อมกับคุณพ่อไก่ จากงานนี้นุ้ยได้เรียนรู้การทำงานและการประสานงานที่ยิ่งใหญ่มาก ทั้งภาครัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ และการประสานความร่วมมือภายในพระศาสนจักร เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนคาทอลิกและเยาวชนที่ด้อยโอกาส ได้มีโอกาสร่วมมิสซาพร้อมกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ.2019

ปัจจุบัน : – นุ้ยกำลังร่วมงานกับคุณพ่อสุรศักดิ์ อัมพาภรณ์ (พ่อต้อม) ด้วยความที่ท่านมีความสามารถค่อนข้างสูง พระศาสนจักรจึงมอบงานเยาวชนใหญ่ ๆ ให้กับท่าน ตั้งแต่การจัดเตรียมงานรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส และในปีนี้ “ค.ศ.2021 ปีเยาวชนของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย” ซึ่งมีกิจกรรมการจาริกกางเขน “เพื่อนคู่คริสต์” ไปทั่วประเทศไทย – การสัมมนาเยาวชน และสื่อสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนผ่านทาง Website : thaicatlholicyouth.com และคอลัมภ์ Is Am Are ก็เป็นหนึ่งใน Website นี้ด้วยค่ะ 

ท้ายสุด… นุ้ยขอขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงเลือกและเรียกให้ลูกมาทำงานรับใช้พระองค์ ขอขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงดูแลลูกและครอบครัวเป็นอย่างดีเสมอมาค่ะ

  • ขอขอบพระคุณพระคุณเจ้าเทียนชัย สมานจิต ผู้ก่อตั้งสภาเยาวชนฯ ท่านให้ความรักเมตตากับนุ้ยเป็นพิเศษ ท่านจะชอบเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของสภาเยาวชนฯ ให้ฟังเสมอ ทำให้เราแอบรักและผูกพันกับงานเยาวชนโดยไม่รู้ตัว 
  • ขอขอบพระคุณพระคุณเจ้าสังวาลย์ ศุระศรางค์ ประธานสภาเยาวชนฯ ท่านที่ 2 ท่านได้ให้สมญานามนุ้ยว่า “เยาวชน…ตลอดกาล” และท่านก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจในการทำงานเยาวชนค่ะ
  • ขอขอบพระคุณพระคุณเจ้าสิริพงษ์ จรัสศรี ประธานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตชนฆราวาส ท่านเป็นคนใจดีและเป็นผู้มีพระคุณต่อนุ้ยตั้งแต่เรียนมัธยมแล้วค่ะ เมื่อท่านมาดูแลงานอภิบาลเยาวชน ท่านจึงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ค่ะ
  • ขอขอบคุณคุณพ่อผู้อำนวยการทุกท่าน และเพื่อนร่วมงานทุกคน ที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนานุ้ยในการทำงานเยาวชนค่ะ  
  • ขอขอบคุณพระสหาย และมิตรสหายรักทุกท่าน ที่มอบมิตรภาพที่ดีให้กันเสมอมา ทุกคนพร้อมให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล และให้คำปรึกษาที่ดีค่ะ 

สุดท้าย 3 แนวความคิด… ที่ทำให้นุ้ยทำงานมาได้ถึง 25 ปีคือ…

  1. คิดว่าตนเป็นคนงานของพระเจ้า นุ้ยจึงตั้งใจเข้าวัดทุกวันหลังเลิกงาน สวดสายประคำและร่วมมิสซา เพื่อมอบถวายและขอบพระคุณพระองค์สำหรับทุกสิ่งในวันนี้ค่ะ
  2. คิดถึงคุณค่าชีวิต นุ้ยจึงทุ่มเทและใช้พระพรที่พระมอบให้ในการทำงานอย่างเต็มที่ “ทำสิ่งเล็ก ๆ ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ : สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า – รัก”
  3. และสุดท้ายคือ ชีวิตเราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ… ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ เข้าใจหรือสงสัย ชื่นชมยินดีหรือขัดแย้ง ก่อนนอนนุ้ยจะพยายามให้เวลากับตนเองทบทวนสิ่งที่ผ่านมาในวันนี้ ขอโทษและให้อภัยตนเอง แอบขอโทษคนที่เราทำผิดต่อเขาผ่านทางพระเจ้า และพยายามปรับใจตนเอง–ปล่อยวาง ตั้งใจใหม่ และนอนค่ะ 

รักเธอเสมอ…
พี่นุ้ย-เยาวชน
2 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2021
โอกาสทำงานเยาวชนครบ 25 ปี

IS AM ARE:
นางสาวกวินทรา พาระบุตร (แป้ง)

IS AM ARE?????

1. ฉันเป็นใคร?

ชื่อ-สกุล : นางสาวกวินทรา พาระบุตร (แป้ง)

อายุ : 31 ปี

ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลฯ

ที่ทำงาน : ศูนย์ประสานงานเยาวชน สังฆมณฑลอุบลราชธานี

วัด : สัตบุรุษวัดอัครเทวดาราฟาแอล บุ่งไหม สังฆมณฑลอุบลราชธานี

2.อยู่อย่างไร?

เหมือนชีวิตและร่างกายถวายให้งานเยาวชนค่ะ 55555 ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ประสานงานเยาวชนอุบลฯ ดูแลแผนกเยาวชนและแผนกนิสิตนักศึกษาคาทอลิก อุบลฯ ช่วยคุณพ่อจิตตาภิบาล  แต่ก่อนเคยเป็นครูทำงานในโรงเรียนและช่วยงานเยาวชนบ้าง แต่เมื่อเริ่มทำงานเยาวชนจริงจัง เมื่อปี 2017 รู้สึกว่าจะเต็มที่กับชีวิตมากค่ะ อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว งานเยาวชนต้องเดินทางตลอด ทั้งประชุม ค่ายต่างๆมากมาย มีบางช่วงที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แต่ขอบคุณที่พ่อแม่เข้าใจ และคอยให้กำลังใจตลอดค่ะ และจะตื่นเต้นและมีความสุขเสมอเมื่อต้องเรียนรู้และทำทำสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยทำ

3. สิ่งที่คุณคาดหวัง และสิ่งที่คุณสามารถทำได้คืออะไร?

เป็นคนที่มีเป้าหมายค่ะ แต่ไม่ได้คาดหวังมากจนเกินไป

“ไม่คาดหวัง ย่อมไม่ผิดหวัง”

แต่สามารถพูดได้ว่า เต็มที่กับทุกงานที่ทำ ค่ะ แค่เราทำอย่างเต็มที่ เราจะไม่เสียใจกับผลที่ได้เลยนะคะ ไม่ว่าผลออกมาจะเป็นอย่างไร สุดแต่น้ำพระทัยของพระองค์ สิ่งที่สามารถทำเพื่อพระศาสนจักรได้คือ เต็มที่และทุ่มสุดกำลังแรงกายแรงใจในงานที่ทำทุกงานเยาวชนและงานนิสิตนักศึกษาที่ทำอยู่ค่ะ แต่ก็แอบคาดหวังอยู่ลึกๆว่า แต่ละวัดในสังฆมณฑลจะให้ความสำคัญกับเยาวชนและสนับสนุนในกิจกรรมที่พวกเขาทำและสามารถผลักดันให้มีชุมนุมนิสิตนักศึกษาคาทอลิกในมหาวิทยาลัยที่แผนกนิสิตฯของสังฆมณฑลอุบลฯดูแลอยู่ และอีกอย่างหนึ่งสามารถช่วยในสังฆมณฑลอีกอย่างหนึ่งคือ จะอยู่ในกลุ่ม RESPECT ซึ่งเป็นกลุ่มเล็กๆที่สัตบุรุษในสังฆมณฑลอุบลฯ รวมกลุ่มกัน พวกเราจะมีการสมทบทุนทุกเดือน เพื่อเป็นทุนสำหรับการทำอาหารบริการสัตบุรุษที่ไปร่วมฉลองวัดต่างๆ หรืออาหารสำหรับพระสงฆ์-นักบวช ในงานฉลองต่างๆ หรือสนับสนุนเป็นปัจจัยในการจัดงาน

“ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ทำงานเยาวชนทุกท่านนะคะ”

ประมวลภาพเปิดปีเยาวชน

ประมวลภาพเปิดปีเยาวชน

ผ่านไปแล้วสำหรับพิธีเปิดปีเยาวชน 2021 ที่ผ่านมา ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ
จะเป็นอย่างไรกันบ้างเราไปรับชมประมวลภาพงานได้เลยค่ะ

โครงการปีเยาวชน


หลักการและเหตุผล

หลังจากสังคยานาวาติกันครั้งที่สอง พระศาสนจักรเอาใจใส่ในงานอภิบาลเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะนักบุญพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่สอง ที่ทรงริเริ่มงานชุมนุมเยาวชนโลก จนมาถึงพระสันตะปาปา ฟรังซิสที่ทรงจัดการประชุมสมัชชาซีน็อตของบรรดาพระสังฆราช ครั้งที่ 15 ในหัวข้อ “เยาวชน ความเชื่อและ การไตร่ตรองกระแสเรียก” หลังจากการประชุมนี้ได้มีเอกสารขั้นตอนสุดท้ายของการประชุมสมัชชาซีน็อต ซึ่งบรรดาพระสังฆราชได้ไตร่ตรองและให้แนวทางการอภิบาลเยาวชน ต่อมาพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ทรงเขียน พระสมณลิขิต พระคริสตเจ้าทรงพระชนม์ (Christus Vivit) สําหรับบรรดาเยาวชนและประชากรของพระเจ้าทุกคน

“ด้วยความรักห่วงใยเป็นพิเศษ พ่อขอมอบสมณลิขิตเตือนใจฉบับนี้แก่เยาวชนคริสตชนคนหนุ่มสาวทุกคน ซึ่งเป็นการเตือนถึงความมั่นใจในความเชื่อของพวกเรา และในขณะเดียวกันก็ช่วยส่งเสริมลูกให้เจริญเติบโตขึ้นใน ความศักดิ์สิทธิ์และในความตั้งใจจริงต่อกระแสเรียกของลูกแต่ละคน”1

พระศาสนจักรมีพันธกิจการเดินเคียงข้าง2 เป็นเพื่อนคู่คริสต์ เพื่อช่วยบรรดาเยาวชนการเติบโตในความเชื่อ และช่วยพวกเขาในการไตร่ตรองกระแสเรียก ด้วยการก้าวออกไปพบเจอเยาวชน (Outreach) และแนวทางการประกาศพระวรสารโดยใช้โซเชียลมีเดีย ผ่านทาง ข้อความ บทเพลง วีดีทัศน์ กีฬา และวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยให้เขาเติบโตขึ้น มีความเป็นผู้ใหญ่ในประสบการณ์นั้น3

ในปี ค.ศ.2018 – ค.ศ.2019 พระศาสนจักรในประเทศไทยฉลอง 350 ปีมิสซังสยาม ที่เป็น “ผลผลิตแห่ง เมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อ ท่ีเติบโตโดยเลือดเนื้อชีวิตและจิตวิญญาณของบรรดามิชชันนารีและบรรพบุรุษทางความเชื่อ”4 ด้วยการ “เป็นศิษย์ธรรมทูต” โดยใช้กระบวนการวิถีชุมชนวัด

ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2019 พระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเสด็จเยือนประเทศไทย ทรงตรัสที่สนามศุภชลาศัยว่า

“โอกาสครอบรอบเฉลิมฉลอง 350 ปี จึงไม่ควรเป็นการฉลองด้วยความโหยหาอดีต แต่ต้องเป็น เหมือนกับเปลวไฟที่นําความหวัง เพื่อให้เราตอบสนองคําเชิญชวนของพระเจ้า ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่เหมือนกับ บรรดาธรรมทูตรุ่นนั้น นี่เป็นความทรงจําท่ีเปี่ยมด้วยความชื่นชมยินดีและการรําลึกถึงคุณงามความดี ซึ่งจะช่วยเรา ให้สามารถออกจากตัวเองเพื่อแบ่งปันชีวิตใหม่ที่มาจากพระวรสารกับสมาชิกครอบครัวที่เรายังไม่รู้จัก”5

ด้วยความต่อเนื่องจนก้าวสู่ปีพระวาจาของพระเจ้า ในปี ค.ศ.2020 จึงเป็นการริเริ่มที่ดีที่จะช่วยให้เยาวชน ตระหนึกถึงการเป็น “เพื่อนคู่คริสต์” ผ่านทางพระวาจาของพระเจ้าอันเป็นการเตรียมไปสู่ปีเยาวชน ค.ศ.2021 เพื่อเสริมสร้างชุมชนศิษย์พระคริสต์ และฟื้นฟูชุมชนศิษย์ธรรมทูตในฐานะผู้จาริกประกาศความเชื่อ ตามแบบอย่าง คุณธรรมของบุญราศีไทยวัยเยาวชน 3 ท่านได้แก่บุญราศีเซซีลีอา บุดสี ว่องไว อายุ 16 ปี บุญราศีบีบีอานา คําไพ ว่องไว อายุ 15 ปี และ บุญราศีมารีอา พร ว่องไว อายุ 14 ปี

Reference:
1 Cf CV,n.3
2 Cf เอกสารขั้นตอนสุดท้ายของการประชุมสมัชชาซีน๊อตข้อ 91-103
3 Cf CV, n. 209-210
4 สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย, 350ปีมสิซงัสยาม
5 สมณโอวาทของพระสนัตะปาปาฟรังซิสโอกาสเสด็จเยือนประเทศไทยความรักคือคำตอบ

บุญราศี คาร์โล อาคูติส

ขนาดบุญราศียังใส่ NIKE เลย ! บุญราศีคาร์โลเกิดปี 1991 ถ้ายังมีชีวิตตอนนี้น่าจะอายุประมาณ 29 ปี น่าจะเคยเล่นมาริโอเหมือนเรา เคยใส่ไนกี้ อดิดาส อยู่ในยุคของอินเตอร์เน็ต เฟสบุ๊ก ทวิตเตอร์ และที่สำคัญเคยสร้างเว็บไซต์อีกต่างหากเราอาจจะเคยคิดว่า เรื่องการเป็นนักบุญ / บุญราศี คือเรื่องของคนในอดีตที่เป็นเรื่องยาก และดูเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นคนที่ร่วมยุคสมัยกับเราจะเป็นนักบุญ แต่บุญราศีคาร์โลเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจให้กับพวกเราเยาวชน ว่าคนในยุคเราก็สามารถเป็นนักบุญได้นะ

ประวัติคาร์โล อาคูติส

บุญราศี คาร์โล อาคูติส (3 พฤษภาคม 1991 – 12 ตุลาคม 2006 อายุเพียง 15 ปี) หนุ่มน้อยบุญราศีเป็นชาวอิตาเลียน เป็นคาทอลิก เป็นคอมพิวเตอร์โปรแกรมเมอร์ เป็นที่รู้จักมากที่สุดบนโลกออนไลน์ที่หนุ่มน้อยรวบรวมเผยแพร่อัศจรรย์ศีลมหาสนิทจากที่ต่างๆ ทั่วโลก และนำเสนอบนเว็บไซต์ (http://www.miracolieucaristici.org/) ที่เขาเองได้สร้างเว็บนี้ขึ้นไม่กี่เดือนก่อนที่เขาจะตายเพราะมะเร็งเม็ดเลือดขาว หนุ่มน้อยเป็นที่รู้กันว่าหลงรักคอมพิวเตอร์และมีความสุขกับการอยู่กับคอมพิวเตอร์ในการฝึกฝนจนเก่งมากขณะเดียวกันคาร์โลหลงรักศีลมหาสนิท อุทิศตนเองเทิดเกียรติศีลมหาสนิทที่เป็นแก่นชีวิตของตนเองอย่างที่สุด

Everyone is born as an original,
but many people end up dying as photocopies

Carlo acutis

ได้รับการสถาปนาเป็นบุญราศีวันที่ 10 ตุลาคม 2020 ที่อาสนวิหารที่อัสซีซี ตรงกับเวลาเมืองไทย 21.30 น. ของวันที่ 10 ตุลาคมชีวิตของคาร์โล อาคูติส เกิดในลอนดอนวันที่ 3 พฤษภาคม 1991 จากครอบครัวร่ำรวย บิดาคือ อันเดรอา อาคูติส มารดาคือ อันโตนีอา อาคูติส (นามสกุลเดิม ซัลซาโน่) พ่อแม่ทำงานในลอนดอนและเยอรมัน และกลับมาตั้งรกรากที่มิลานหลังจากคาร์โลเกิดมา ในเดือนกันยายน ปี 1991คาร์โลเป็นคนที่รักศรัทธาในพระแม่มารีย์พระมารดาพระเจ้า และสวดสายประคำบ่อยๆ เป็นเครื่องหมายศรัทธาในพระแม่ หลังจากได้รับศีลมหาสนิทครั้งแรกเมื่ออายุเจ็กขวบ คาร์โลเป็นที่รู้จักว่าเขาศรัทธาต่อศีลมหาสนิทมาก จะเฝ้าศีลมหาสนิทนานๆที่หน้าตู้ศีลทั้งก่อนและหลังมิสซา รับศีลอภัยบาปอาทิตย์ละครั้ง ทุกคนรอบข้างรู้ว่าหนุ่มน้อยคาร์โลรักและเก่งคอมพิวเตอร์มาก เรียนที่มิลาน และระดับมัธยมในโรงเรียนของเยซูอิตที่สถาบัน นักบุญเลโอที่ 13 คาร์โลมีนักบุญต้นแบบหลายคนที่เขารักศรัทธา นักบุญฟรังซิสอัสซีซี นักบุญฟรังซิสโกและยาชินทา ดอมีนิกซาวีโอ ทาซีซีอุส และแบร์นาแด็ตซูบีลูส์

นิสัยของคาร์โลอาคูติส คือ ห่วงเพื่อนๆที่พ่อแม่หย่าร้างแยกทาง เขาชอบชวนเพื่อนๆเหล่านี้มาที่บ้าน เพื่อบรรเทาใจ ให้กำลังใจ มีนิสัยรักปกป้องคนอ่อนแอ คนพิการ ในโรงเรียนเขาจะมุ่งปกป้องคนที่ถูกบุลลี่กลั่นแกล้ง หนุ่มน้อยอาคูติสชอบเดินทางมาก เป็นนักท่องเที่ยวและที่ที่ชอบไปมาที่สุด คือ เมืองอัสซีซีคนรับใช้ในบ้านของอาคูติส ชื่อ ราจิช ได้กลับใจจากนับถือฮินดูมาเป็นคาทอลิกเพราะได้รับการดลใจ ประทับใจ จากความเชื่อศรัทธาของหนุ่มน้อยอาคูติสเขาเริ่มเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และได้ปวารณาตนเอง ถวายความเจ็บปวดเพื่อร่วมงานกับพระสันตะปาปาเบเนดิกต์และเพื่อพระศาสนจักรสากล อาคูติสหนุ่มน้อยกล่าวว่า “ผมมอบความเจ็บปวดทรมาน ถวายทั้งหมดแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อพระสันตะปาปา และเพื่อพระศาสนจักร” คาร์โล ขอพ่อแม่ให้พาเขาไปจาริกเดินทางไปที่ต่างๆ ในโลกที่มีอัศจรรย์แห่งศีลมหาสนิท แต่แล้วความป่วยหนักทำให้หนุ่มน้อยไม่สามารถเดินทางจาริกไปตามความตั้งใจ และเพราะเชี่ยวชาญ รักคอมพิวเตอร์ ทำให้หนุ่มน้อยอาคูติสสร้างเว็บไวส์ขึ้นเพื่อการรวบรวมรายงานเกี่ยวกับอัศจรรย์แห่งศีลมหาสนิททั่วโลก และเขาได้ทำเว็บนี้เรียบร้อยในปี 2005 (เขาเริ่มรวบรวมเรื่องราวอัศจรรย์ศีลมหาสนิทนี้ตั้งแต่อายุ 11 ขวบ)

อาคูติสศรัทธาบุญราศี ยาโกโม อัลเบรีโอเน ซึ่งเป็นผู้ที่ริเริ่มการใช้สื่อเพื่อการประกาศพระวรสารและตั้งใจจะทำให้เว็บที่เขาสร้างขึ้น หนุ่มน้อยชอบภาพยนต์และประดิษฐ์เรื่องสนุกสนาน บนเว็บไซส์ของเขาหนุ่มน้อยกล่าวว่า “ยิ่งเรารับศีลมหาสนิทบ่อยเท่าไร เรายิ่งเหมือนพระเยซูมากเท่านั้น ดังนั้น ในโลกนี้เรากำลังลิ้มชิมรสสวรรค์” คุณหมอที่รักษาสอบถามแนะนำ… ถามเขาถึงความเจ็บปวดมากไหม คำตอบคือ “มีคนมากมายที่เจ็บปวดมากกว่าผม” อาคูติสสิ้นชีวิตอย่างสงบในวันที่ 12 ตุลาคม ปี 2006 ด้วยโรคนี้ และร่างของเขาถูกฝังไว้ที่เมืองอัสซีซี ตามความปรารถนาของเขาความปรารถนา ความรัก ต่ออัศจรรย์แห่งศีลมหาสนิท ราฟาแอลโล มาร์ตีแนลลี่ และอันเจโล คอสมาตรี ช่วยจัดการให้เกิดการเดินทางไปของนิทรรศกาลเกี่ยวกับอัศจรรย์แห่งศีลมหาสนิทเพื่อเป็นเกียรติแก่หนุ่มน้อยอาคูติส และได้เดินทางไปเป็นสิบๆประเทศในห้าทวีปการสถาปนาเป็นบุญราศีสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งลอมบาร์ดได้รับรองและร้องขอกรณีของหนุ่มน้อยผู้รักศีลมหาสนิทเป็นชีวิตจิตใจคนนี้

“ยิ่งเรารับศีลมหาสนิทบ่อยเท่าไร เรายิ่งเหมือนพระเยซูมากเท่านั้น
ดังนั้น ในโลกนี้เรากำลังลิ้มชิมรสสวรรค์”

ในการประชุมสภา ปี 2013 กระบวนการสอบสวนกรณีนักบุญเริ่มวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 พร้อมกับพระคาร์ดินัลอันเจโล สคอลา ได้ฉลองเริ่มกระบวนการสอบ และกระบวนการทำงานเพื่อการสอบสวนแต่งตั้งมาถึงช่วงสุดท้าย วันที่ 24 พฤศจิกายน 2016 และการนำเสนอเรื่องราวอย่างเป็นทางการทำในวันที่ 13 พฤษภาคม 2013 และนั้นหนุ่มน้อย อาคูติส ได้รับไตเติ้ล “ผู้รับใช้ของพระเจ้า” (Servant of God) และนั้น พระสันตะปาปาฟรังซิส ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2018 ได้รับรองคุณธรรมความศักดิ์สิทธิ์ขั้นวีรกรรมของหนุ่มน้อยคนนี้ และได้รับการเรียกขานเป็น “ผู้น่าเคารพ” (Venerable)วันที่ 14 พฤศจิกายน 2019 (สังเกต ช่วงใกล้เวลาที่พระสันตะปาปาเสด็จมาบ้านเรา) สภาด้านการแพทย์ ในสมณกระทรวงเรื่องนักบุญได้รับรองอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศบราซิล ด้วยการวอนขอความช่วยเหลือจากผู้น่าเคารพอาคูติส เด็กที่เกิดมาพร้อมกับปัญหาสุขภาพของตับอ่อน ที่ไม่สามารถรับอาหารได้ พ่อแม่ได้ภาวนาขออาคูติส และทำนพวารขอให้อาคูตินช่วยเสนอวิงวอนพระเจ้า หลังจากได้วอนขอ ลูกน้อยก็ได้มีอาการดีขึ้น และร้องขอรับประทานอาหารแข็งได้ และเมื่อกลับจากโรงพยาบาลเด็กน้อยเริ่มดีขึ้นจนรับประทานอาหารได้ หลังจากที่ได้ทำการสอบสวนอย่างรอบคอบตามกระเบียบการแพทย์อย่างเคร่งครัดว่านี่เป็นอัศจรรย์ โดยระเบียบการแพทย์ของกระทรวงนักบุญ พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ประกาศรับรองอัศจรรย์ในกฤษฎีกา วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2020 ให้สถาปนาอาคูติสเป็นบุญราศี

ในช่วงหนึ่งเดือนที่ประกาศกฤษฎีกา ประเทศอิตาลีกำลังประสบคลื่นลูกแรกของโควิด 19 ทำให้การสถาปนาเลื่อนออกไปเพราะประเทศล็อกดาวน์ และได้ตัดสินใจกระทำการแต่ตั้งเป็นบุญราศีใหม่ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2020 ณ มหาวิหารนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี โดยพระคาร์ดินัลอากอสตีโน วัลลีนี่ทำหน้าที่แทนองค์สมเด็จพระสันตะปาปา สรุป บุญราศี หนุ่มน้อยคาร์โล อาคูติสได้รับการสถาปนาไปแล้วเมื่อค่ำคืนวันที่ 10 ตุลาคม 2020 เวลาสามทุ่มครึ่ง ตามเวลาบ้านเรา พิธีสวยงาม น่ารัก น่าทึ่ง รูปบุญราศีที่เปิดออกเป็นหนุ่มวัยรุ่นในสมัยปัจจุบันผู้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคนหนุ่มแห่งสหัสวรรษ ยุคของเรา เล่นอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์เหมือนเรา แต่หัวใจรักพระเจ้าสุดกำลัง และใช้สื่อบนโลกออนไลน์เพื่อประกาศข่าวดีแห่งความศรัทธาต่อศีลมหาสนิท

ประวัติ​โดย คุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร