Sample Page

นึกว่าเป็นเพื่อนคู่คิด แต่สุดท้ายตายสนิท

นึกว่าเป็นเพื่อนคู่คิด แต่สุดท้ายตายสนิท   

ติดยาโดยไม่รู้ตัว เด็กชาย อายุ 16 ปี  (บุตรชายของหญิงสาวที่ฝึกวิชาชีพกับซิสเตอร์คณะศรีชุมพาบาล) สถานการณ์โลกปัจจุบัน ทำให้มนุษย์อยู่ยาก และไม่คาดคิดว่า นั่งเล่นเกมส์อยู่ที่บ้าน สุดท้ายกลายเป็นคนเสพยาและส่งได้อย่างไม่ทันตั้งตัว 

วันหนึ่ง แม่สังเกตดูว่าลูกชายตัวเอง เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ค่อยพูดจากับใคร แรกๆ ก็เล่นเกมส์ในโทรศัพท์ และ หลังๆ มา ก็เอาแต่นอน จนคุณครูที่โรงเรียน แจ้งผู้ปกครองของเด็กชายคนนี้ แม่แอบดูโทรศัพท์มือถือของลูก พบว่า ลูกได้ติดต่อพูดคุยกับผู้ชายคนหนึ่งอายุราว 22-25 ปี ใน Chat box ของเฟสบุค และถึงได้รู้ว่า ได้เป็นเพื่อนทางเฟสบุค มาประมาณ 1 เดือนกว่า แล้ว 

แม่ได้พบข้อความใน chat box ที่ผู้ชายในเฟสบุค นัดให้ เด็กชายไปพบที่ตลาดแหล่งหนึ่ง บริเวณใกล้เคียงกับโรงเรียน เวลาที่พบกัน ตอนหลังเลิกเรียน เมื่อแม่อ่านข้อความ แม่เก็บเป็นความลับ และได้สะกดรอยตามลูกชาย ไปพบกับเพื่อนในเฟสบุคคนนั้น แม่จึงได้พบความจริงว่า ลูกชายไปพบเพื่อนชายในเฟสบุคจริง และ เห็นชายคนนั้น พูดคุยกับลูกชายของตนสักพัก ยืนน้ำดื่มหนึ่งขวดเล็ก ให้ลูกชายของตนดื่ม แม่เห็นลูกชายดื่มแบบกระหายน้ำเหมือนคนไม่ได้ดื่มน้ำมาหลายวัน แม่ได้แอบดู จนเด็กชายกลับบ้าน หลังจากนั้น แม่ของเด็กชายได้ไปปรึกษากับผู้ใหญ่บ้าน ให้แจ้งกับตำรวจ เพื่อสืบเสาะหาข้อเท็จจริง  และแม่ได้แอบไปดูข้อความในโทรศัพท์ พบว่า อีกสองวันต่อมา ชายในเฟสบุค ได้นัดให้เด็กชายไปรับของ (ถุงกระดาษ) ไปส่งให้กับคนกลุ่มนึง ซื่งจะรอรับที่ร้านแห่งหนึ่งในตลาด ในวันและเวลาดังกล่าว

จากวันนั้น จนถึงวันนี้ ทำให้ทราบว่า คนที่เข้ามาเป็นเพื่อนในเฟสบุค มาทำท่าที พูดคุย ชอบในสิ่งที่เราชอบ และ พูดในสิ่งที่เด็กสนใจ ซึ่งนั้นหมายความว่า กลุ่มหลอกลวงได้เข้าไปส่องดูข้อความและสิ่งที่เด็กโพสต์ในเฟสบุค ยกตัวอย่าง เด็กชายคนนี้ ชอบเรื่องเกมส์และรถแข่ง เพื่อนในเฟสบุคเริ่มพูดเรื่องเกมส์และการแข่งรถ ทำให้เด็กชายเริ่มคุ้นเคยสนิทสนมและพูดคุยด้วย และหลังจากนั้นก็เริ่มนัดเจอกัน และเพื่อนในเฟสบุค ถือขวดน้ำดื่ม/น้ำเปล่า ที่ใช้เข็มฉีดยาเล็กๆ ผสมยาเสพติดลงไปในขวดน้ำดื่มนั้น และ จะพูดโน้มน้าวว่า ถ้าเราเป็นเพื่อนกันแล้วก็ให้ดื่มน้ำขวดนี้ให้หมด ทำแบบนี้ทุกครั้งที่นัดเด็กชายออกไปเจอ จนเด็กชายค่อยๆ เสพสารเสพติดที่อยู่ในน้ำขวด และหลอกให้เด็ก ส่งยาให้ และจะได้ขวดน้ำที่ผสมยาเป็นการตอบแทนจากกลุ่มผู้ค้ายาฯ 

นี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมในยุคปัจจุบัน เราร่วมมือกันปกป้องลูกหลานของเราให้ปลอดภัยได้อย่างไร ปัจจุบันเด็กชายได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์แห่งหนึ่ง และเพื่อความปลอดภัย เด็กถูกส่งไปเรียนต่อต่างจังหวัด 

หวังว่า บทความนี้จะเป็นเสียงสะท้อน เตือนภัยให้พวกเราทุกคน

บันทึกโดย
ซ.ปิยฉัตร บุญมูล
คณะภคินีศรีชุมพาบาล
30 เม.ย. 2564 

Is Am Are: นางสาวสุชาดา จิตรบรรจง (พี่ใหม่)

แนะนำตัวกันสักนิด………..

ชื่อ  : นางสาวสุชาดา  จิตรบรรจง

ชื่อเล่น : ใหม่

การศึกษา : จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จบการศึกษาจากศูนย์อบรมคริสตศาสนธรรม (ครูคำสอน) ตามหลักสูตรภาคฤดูร้อน และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาตรีคณะสื่อสารมวลชน เอกวิชาสื่อสารมวลชน

ปัจจุบันทำงานที่ : โรงเรียนอรุณวิทยา/วัดแม่พระฟาติมาบ้านแสงอรุณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ครูคำสอน) และ ช่วยงานของสังฆมณฑลตามที่ที่ได้รับมอบหมาย (เป็นผู้ประสานงานเยาวชน ของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี และงาน PMS Thailand เป็นต้น)

สัตบุรุษวัด : วัดแม่พระฟาติมาบ้านแสงอรุณ จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับการทำงาน และบทบาทหน้าที่  ที่มีอยู่และได้รับมา  เริ่มต้นจากการเข้าสู่การเป็นครูคำสอนในโรงเรียนและวัด  แล้วขยับไปที่การออกค่าย  ไปดูแลเด็ก ๆ ในค่าย จนถึงไปอยู่ในทีมงานคนจัดเตรียมค่าย  ได้มีโอกาสเป็นผู้ประสานงาน พาเยาวชนไปในค่ายระดับชาติ ค่ายระดับโลก ไปคอยดูแลเยาวชน และร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ กับเยาวชน  ส่วนมากจะได้รับมอบหมายให้ทำงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน  ในส่วนของวัด  ก็มีเด็กช่วยจารีต เด็กยุวธรรมทูต เยาวชนของวัด หน้าที่ต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเหมือนพระพร เวลาที่ได้ทำงานเหล่านี้ รู้สึกสุขใจ รู้สึกชอบ มีความสุข สนุกกับงานที่ทำ พร้อมจะเต็มที่กับทุกสิ่ง พร้อมจะไป พร้อมจะทำ “ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก ไม่ว่าอะไรก็ตาม เราพร้อมที่จะทำเสมอ ด้วยความเต็มใจ” พยายามที่จะทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่ เป็นแบบอย่างที่ดี ให้เด็ก ๆ และเยาวชนที่อยู่กับเราได้เห็น  ทั้งในเรื่องของการมาวัด  การทำงาน การรับผิดชอบต่อหน้าที่  หรือแม้กระทั่งการทางด้านจิตอาสา  เคยมีเยาวชนเอ่ยถาม ว่า “พี่ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ….ทำงานเหมือนตัวเองเป็นผู้ชาย” เราก็ได้แต่ตอบตามความจริงไปว่า ก็เหนื่อยนะ…แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความสุขใจ มันคือการทำงานด้วยชีวิต  สอนด้วยชีวิต  ใช้ชีวิตของเราเป็นแบบอย่างในการสอน  

สิ่งที่คาดหวังในตอนนี้… อยากให้เด็ก ๆ และเยาวชน มีส่วนร่วมทั้งในงานวัดและงานต่าง ๆ ของพระศาสนจักรให้มากขึ้น เมื่อมีโอกาสก็ควรจะไขว่คว้าหาประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับตนเอง เสียสละ มีน้ำใจ  พร้อมที่ปรับเปลี่ยนความคิด เพราะในปัจจุบัน เด็ก ๆ และเยาวชน ไม่ค่อยมีเวลาและไม่ค่อยเห็นความสำคัญ  กับงานของวัดและพระศาสนจักร  

สิ่งที่ฉันสามารถจะทำได้ คือ การรับฟัง และอยู่เคียงข้างกับเยาวชน  ในทุก ๆ ปัญหา ทุก ๆ การเติบโต เข้าใจพวกเขา  คอยตักเตือน คอยสอน เป็นทั้งพี่ และเพื่อน  เพราะหวังว่า สักวันหนึ่งจะได้เห็นพวกเขาประสบความสำเร็จ  มีอนาคตที่ดี  และกลับมาเป็นกำลังในงานของวัดและพระศาสนจักร  เท่าที่พวกเขาจะสามารถทำได้…..

ศาสนสัมพันธ์ ตอนที่ 4

ความสำคัญของศาสนสัมพันธ์ ควบคู่การเสวนาที่ดี

เขียนโดย วรินทร เหมะ

ความสำคัญของงานศาสนสัมพันธ์

       ให้คำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้

  1. ศักดิ์ศรีของคน ไม่ว่านับถือศาสนาใดหรือไม่ก็ตาม (ธรรมนูญ GS. ข้อ 78)
  2. สถานการณ์โลกยุคโลกาภิวัตน์ : ให้ข้อมูลเพื่อการเสวนาเสมอไป ; การยอมรับความแตกต่างอย่างเข้าใจ และสัมพันธ์กันดีได้ อาศัยการเสวนาที่จริงจัง (GS. ข้อ 43)
  3. หน้าที่ และจิตตารมณ์คริสตชน เรียกร้องให้ปฏิบัติความรักต่อเพื่อนมนุษย์แบบตรงกับความต้องการของยุคสมัย (เข้าหา เสวนา แบ่งปัน แลกเปลี่ยน) (ข้อกำหนดว่าด้วยงานแพร่ธรรมของฆราวาส ข้อ 7)
  4. หน้าที่ของพระศาสนจักรโดยรวม ส่งเสริมงานเสวนาเพื่อภราดรภาพของมนุษยชาติ (ทุกชาติ – เผ่าพันธุ์ – วัฒนธรรม) (GS. ข้อ 92) ด้วยความสมัครใจ และเต็มใจ
  5. ลักษณะการเสวนาที่ดี และมีผล
  • เปิดใจ และจริงใจ
  • พยายามเข้าใจ และใจดี ยอมรับและยกย่อง (ES. ข้อ 79)
  • มีความเสมอภาคบนพื้นฐานศักดิ์ศรีของความเป็นคน

ทำอย่างไรเพื่อให้เกิดการเสวนาที่ดี

  1. สนใจกัน ด้วยความเคารพให้เกียรติในสิทธิของกันและกัน 
  2. ศึกษา เรียนรู้จากตำรา เพื่อเข้าใจในหลักปฏิบัติขั้นพื้นฐานเพื่อทำความเข้าใจศาสนาต่างๆ
  3. เสวนากัน ด้วยเสมอภาค และสบายใจกันทั้งสองฝ่าย (อย่าคุยเรื่องเครียด หรือเรื่องความต่าง)
  4. ร่วมกันสร้างสรรค์ จะได้มีประสบการณ์ร่วมกัน เกิดความประทับใจ และสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวอย่างเหนียวแน่นกันยิ่งๆ ขึ้น

Is Am Are: นางสาวสุดารัตน์ จันทร์หอม (เฟิร์น)

คุณเป็นใคร?

ชื่อ : นางสาวสุดารัตน์    จันทร์หอม

ชื่อเล่น : เฟิร์น

อายุ : 20 ปี

ระดับการศึกษา : ชั้นปีที่ ๒ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 

มหาวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

สัตบุรุษ : วัดนักบุญยอแซฟกรรมกรหนองห่าง อ.บัวลาย  จ.นครราชสีมา

สังฆมณฑล : นครราชสีมา

ดิฉันกำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ในช่วงวันหยุดหรือช่วงปิดเทอม ดิฉันได้มีโอกาสมาช่วยงานในเขตวัดของตน โดยการดูแลน้อง ๆ ช่วยครูคำสอนที่วัด เช่น สอนคำสอน นำกิจกรรมสันทนาการ ทำความสะอาดบริเวณวัด ช่วยงานพิธีกรรมต่าง ๆ ในวัด ดิฉันได้เข้ามาช่วยงานวัดแบบจริงจัง ตั้งแต่ช่วงระดับชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลายเริ่มจากการเป็นตัวแทนเยาวชนของหมู่บ้าน เข้าร่วมค่ายเยาวชนที่สังฆมณฑลได้จัดขึ้นในทุก ๆ ปี พร้อมทั้งยังมีโอกาสได้ไปร่วมค่ายเยาวชนสี่อีสาน ค่ายเยาวชนระดับชาติ ยังเป็นตัวแทนของสังฆมณฑลนครราชสีมา เดินทางไปรับเสด็จและร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณโอกาสสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนประเทศไทย ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก เป็นการเพิ่มโอกาสและประสบการณ์ในการทำงานเยาวชนมากขึ้น ได้พบเจอเพื่อน ๆ ต่าง    สังฆมณฑลอีกด้วย ทำให้มีแรงบันดาลใจเพิ่มมากขึ้นที่จะมาทำงานในเขตวัดของตนเอง

สิ่งที่คุณคาดหวัง และสิ่งที่คุณสามารถทำได้คืออะไร?

สิ่งที่ดิฉันคาดหวังอยากให้เยาวชนทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลืองานต่าง ๆ ในเขตวัดและในเขตสังฆมณฑลของตน โดยการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่สังฆมณฑลจัดขึ้น ส่วนดิฉันเป็นเยาวชนวัดนักบุญยอแซฟอยากทำงานของพระให้เต็มที่เท่าที่ตนเองจะทำได้ เพราะตัวดิฉันได้เป็นตัวแทนไปค่ายเยาวชนต่าง ๆ อยากนำประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าค่ายมาใช้ในการทำงานที่วัดของตนเอง สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในตอนนี้คือ ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ช่วยงานเยาวชนในเขตวัดของตน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับน้อง ๆ เยาวชนทุกคนรู้จักช่วยงานวัดของตน เพราะดิฉันเชื่อว่า ถ้าเราทำงานของพระ พระจะประทานพระพรให้กับเรา