Sample Page
สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชน ปี 2022-2023

สาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส
โอกาสวันเยาวชนโลกครั้งที่ 37 ประจำปี 2022-2023
“พระนางมารีย์ทรงลุกขึ้น รีบออกเดินทางโดยทันที” (ลก. 1: 39)
เยาวชนที่รัก
หัวข้อหลักของงานเยาวชนโลกที่ปานามา คือ “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” (ลก.1:38) หลังจากเหตุการณ์นั้นเราก็เริ่มออกเดินทางสู่จุดหมายใหม่ – ลิสบอน 2023 – ด้วยหัวใจที่ร้อนรนพร้อมกับพระวาจาของพระเจ้าที่เรียกร้องให้เราลุกขึ้น ในปี 2020 เราไตร่ตรองพระวาจาของพระเยซู “หนุ่มเอ๋ย เราบอกเจ้าว่า จงลุกขึ้นเถิด” (ลก.7:14) ปีที่แล้วก็เช่นเดียวกัน เราได้รับแรงบันดาลใจจากภาพพจน์ของอัครสาวกเปาโล ซึ่งพระผู้ที่เสด็จกลับคืนพระชนม์ตรัสกับเขาว่า “บัดนี้ จงลุกขึ้นยืนเถิด เราแสดงตนแก่เจ้า เพื่อแต่งตั้งเจ้าให้เป็นผู้รับใช้ของเรา เจ้าจงเป็นพยานยืนยันสิ่งที่เจ้าเห็น” (กจ.26:16) ในเส้นทางก่อนที่จะไปถึงลิสบอน เรามีความจำเป็นที่จะต้องมีพระแม่พรหมจารีแห่งนาซาเร็ธอยู่เคียงข้าง ผู้ซึ่งหลังจากที่ได้รับสารจากทูตสวรรค์ก็ “ทรงลุกขึ้น แล้วรีบออกเดินทางทันที” (ลก.1:39) คำว่า “ลุกขึ้น” สำหรับทั้งสามเหตุการณ์เป็นคำที่เราต้องจดจำ ที่เตือนเราให้ตื่นขึ้นจากการง่วงเหงาหาวนอน และตื่นตัวต่อชีวิตที่อยู่รอบตัวเรา
ในยามที่เกิดความยุ่งยากลำบาก เมื่อครอบครัวของเราต้องเผชิญกับความฝันร้ายแห่งโรคระบาด บ้านเมืองพังพินาศด้วยสงคราม พระแม่มารีย์แสดงให้เราเห็น โดยเฉพาะเราที่เป็นเยาวชน เฉกเช่นพระแม่ถึงหนทางการอยู่อย่างใกล้ชิดและการพบปะกัน พ่อหวังและเชื่อมั่นว่า ประสบการณ์ที่พวกลูกจะได้รับที่ลิสบอน ในเดือนสิงหาคมข้างหน้านี้ จะเป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่สำหรับพวกเธอ เยาวชนคนหนุ่มสาว และพร้อมกันกับพวกลูก เพื่อมนุษยชาติทั้งมวล
พระแม่มารีย์ทรงลุกขึ้น
หลังจากรับสารจากทูตสวรรค์ พระแม่มารีย์อาจจะยังจดจ่ออยู่กับความกังวลและความกลัวเกี่ยวกับสถานภาพใหม่ของตน แต่ตรงกันข้าม พระแม่ทรงวางพระทัยในพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง ความคิดของพระแม่หวนคิดถึงนางเอลีซาเบธ พระแม่ลุกขึ้นและออกไปสู่โลกแห่งการเคลื่อนไหวของชีวิต แม้ว่าข้อความที่น่าอัศจรรย์ของทูตสวรรค์ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแผนการของพระแม่ มารีย์ผู้เยาว์วัยก็มิได้นิ่งเฉย เพราะในครรภ์ของพระแม่นั้นคือพระเยซู พลังแห่งการฟื้นคืนพระชนม์และชีวิตใหม่ พระแม่ได้ให้กำเนิดลูกแกะที่ถูกฆ่าแล้ว แต่ยังมีชีวิตอยู่ได้ พระแม่ทรงลุกขึ้นและก้าวไปข้างหน้า เพราะพระแม่มั่นใจว่าแผนการณ์ของพระเจ้าเป็นแผนการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของพระแม่ มารีย์กลายเป็นพระวิหารของพระเจ้า เป็นภาพพจน์ของพระศาสนจักรที่กำลังเดินทาง เป็นพระศาสนจักรที่ออกไปเพื่อรับใช้ เป็นพระศาสนจักรที่นำข่าวดีไปยังทุกคน
เพื่อที่จะมีประสบการณ์กับการประทับอยู่ของพระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์ในชีวิตของเรา เพื่อที่จะพบกับพระองค์ “ผู้ทรงมีชีวิต” เป็นความชื่นชมยินดีฝ่ายจิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นแสงสว่างที่เจิดจ้าและครอบคลุมไปยังทุกคน พระแม่มารีย์ออกเดินทางทันที ด้วยความร้อนใจที่จะนำข่าวดีไปสู่ผู้อื่น ที่จะเป็นประจักษ์พยานต่อความชื่นชมยินดีแห่งการที่ได้พบปะนี้ นี่คือสิ่งที่ทำให้ศิษย์กลุ่มแรกรีบเร่ง หลังจากที่พระเยซูเจ้าทรงเสด็จกลับเป็นขึ้นมา “สตรีทั้งสองคนมีทั้งความกลัวและความยินดีเป็นอย่างยิ่ง รีบออกจากพระคูหาวิ่งไปแจ้งข่าวแก่บรรดาศิษย์ของพระองค์” (มธ.28:8)
ในเรื่องเล่าของการเสด็จกลับเป็นขึ้นมา บ่อยครั้งเราจะพบกับคำสองคำ “ตื่นขึ้น” และ “ลุกขึ้น” ด้วยสองคำนี้ พระคริสตเจ้าทรงผลักดันให้เราไปสู่แสงสว่าง ปล่อยให้พระองค์นำเราข้ามประตูที่ปิดตายอยู่ทั้งหมดของเรา “ภาพลักษณ์นี้มีความหมายที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับพระศาสนจักร เราในฐานะที่เป็นศิษย์ของพระองค์และเป็นชุมชนคริสตชน เช่นเดียวกัน เราถูกเรียกให้ต้องรีบลุกขึ้น เพื่อที่จะเข้าไปในพระธรรมล้ำลึกแห่งการกลับเป็นขึ้นมา ปล่อยให้พระคริสตเจ้านำพาเราไปตามเส้นทางที่พระองค์ทรงต้องการที่จะพาเราไป” (บทเทศน์วันฉลองนักบุญเปโตรและเปาโล 29 มิถุนายน 2022)
พระมารดาของพระเจ้าเป็นแบบฉบับสำหรับเยาวชนที่กำลังก้าวไปข้างหน้า ที่ไม่ยอมยืนหน้ากระจกเงา มองดูแต่ตนเอง แล้วก็หลงอยู่กับตัวตน เป้าหมายของมารีย์จะหันเข็มทิศไปด้านนอกเสมอ พระแม่เป็นสตรีแห่งปัสกา ที่อยู่ในสถานะของการเดินทางอยู่เสมอ ด้วยการออกจากตนเองไปสู่ผู้อื่น ไปสู่บรรดาพี่น้องชายหญิงของพระแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เดือดร้อนมากที่สุด เช่น นางเอลีซาเบธ ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของพระนาง
… และไปด้วยความเร่งรีบ
นักบุญอัมโบรสแห่งมิลาน ในคำอธิบายพระวรสารโดยนักบุญลูกาบันทึกว่า มารีย์รีบออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเนินเขา “เพราะว่าพระแม่ทรงชื่นชมยินดีในคำมั่นสัญญา และพระแม่พยายามที่จะรับใช้ผู้อื่นด้วยความกระตือรือร้นอันเกิดจากความชื่นชมยินดีของพระแม่ พระแม่ผู้เปี่ยมด้วยพระเจ้าจะไปสู่ทิศทางใดได้เล่า หากมิใช่เพื่อไปยังที่สูง? พระหรรษทานของพระจิตไม่ทรงปล่อยให้พระนางล่าช้า” ความรีบเร่งของ มารีย์จึงเป็นเครื่องหมายแห่งความปรารถนาของพระนางที่จะรับใช้ ที่จะประกาศถึงความชื่นชมยินดีของพระนาง เพื่อที่ตอบสนองโดยไม่รีรอต่อพระหรรษทานของพระจิต
มารีย์ได้รับแรงบันดาลใจจากความต้องการความช่วยเหลือจากลูกผู้พี่ที่สูงอายุ พระแม่มิได้นิ่งเฉยหรือทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว พระแม่คิดถึงผู้อื่นมากกว่าคิดถึงตนเอง สิ่งนี้เป็นแรงกระตุ้นและทิศทางให้กับชีวิตของพระแม่ เราแต่ละคนสามารถถามตนเองว่า “ข้าพเจ้าตอบสนองต่อความเดือดร้อนที่ข้าพเจ้าเห็นรอบตัวอย่างไร? ข้าพเจ้าคิดถึงเหตุผลบางประการที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวบ้างไหม? หรือว่าข้าพเจ้าสนใจและเต็มใจที่จะให้ความช่วยเหลือ?” แน่นอนว่า เราไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างบนโลกนี้ได้ แต่เราสามารถที่จะเริ่มต้นด้วยการแก้ปัญหาให้กับผู้ที่อยู่รอบตัวหรือกับปัญหาของชุมชน ครั้งหนึ่ง มีใครบางคนบอกกับคุณแม่เทเรซาว่า “สิ่งที่ท่านทำนั้นเป็นเพียงน้ำหยดหนึ่งในมหาสมุทร” แล้วเธอตอบว่า “แต่ถ้าฉันไม่ทำ มหาสมุทรนั้นจะมีน้ำน้อยลงไปหนึ่งหยด”
เมื่อต้องเผชิญกับความต้องการที่เป็นรูปธรรมเร่งด่วน เราจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว มีกี่คนในโลกที่รอคอยการมาเยือนจากคนที่ห่วงใยพวกเขา! มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ต้องขัง และผู้ลี้ภัยกี่คนที่ต้องการความเห็นอกเห็นใจ การมาเยือนจากพี่น้องชายหญิงที่จะทลายกำแพงของความเฉยเมยออกไป
เรามี “ความเร่งรีบ” แบบไหนกันนะ? อะไรทำให้รู้สึกว่าจำเป็นต้องลุกขึ้นแล้วออกไปหาผู้อื่น เกรงว่าเราจะยืนนิ่งอยู่? ท่ามกลางสถานการณ์จริง เช่น โรคระบาด สงคราม การถูกบังคับให้ต้องอพยพ ความยากจน ความรุนแรง และภัยพิบัติจากสภาพอากาศ – หลายคนต่างพากันถามตัวเองว่า: ทำไมสิ่งนี้จึงเกิดขึ้นกับฉัน? ทำไมต้องเป็นฉัน? ทำไมต้องเป็นในตอนนี้? แต่จริง ๆ แล้วคำถามที่แท้จริงที่สุดในชีวิตก็คือ: ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อใคร? (เทียบ Christus Vivit, 286)
ความเร่งรีบของหญิงสาวชาวนาซาเร็ธ คือความเร่งรีบของผู้ที่ได้รับของประทานพิเศษจากพระเจ้าและรู้สึกว่าจำเป็นจะต้องแบ่งปัน เพื่อปล่อยให้พระคุณอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาได้รับนั้นหลั่งไหลมาสู่ผู้อื่น เป็นความเร่งรีบของผู้ที่มีความสามารถให้ความต้องการของผู้อื่นอยู่เหนือความต้องการของตนเอง มารีย์เป็นตัวอย่างของคนหนุ่มสาวที่ไม่เสียเวลาไปกับการเรียกร้องความสนใจ หรือการยอมรับจากผู้อื่น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อเราพึ่งพา “ความชอบ” ของเราบนโซเชียลมีเดีย เธอตั้งใจที่จะค้นหา “ความผูกพัน” ที่แท้จริงที่สุด ซึ่งเกิดจากการพบปะ การแบ่งปัน ความรัก และการรับใช้
เริ่มต้นจากการแจ้งสารของทูตสวรรค์ เมื่อเริ่มออกเดินทางไปเยี่ยมนางเอลีซาเบธลูกผู้พี่ มารีย์ไม่เคยหยุดที่จะหาเวลาไปเยี่ยมเยือนพี่น้องที่ต้องการความช่วยเหลือ ในการเดินทางของเรา ถ้าพระเจ้า “ประทับอยู่” สามารถนำเราไปสู่หัวใจพี่น้องของเราทุกคนได้โดยตรง เราได้ยินประจักษ์พยานกี่ครั้งจากคนที่ “มารีย์” พระมารดาของพระเยซูและพระมารดาของเรา “มาเยี่ยม”! มารีย์ได้ไปเยี่ยมผู้คนของเธอในที่ห่างไกลของโลกจำนวนเท่าใด ในทุกยุคทุกสมัย ผ่านการประจักษ์และพระหรรษทานพิเศษ ไม่มีสถานที่ใดในโลกที่เธอไม่เคยไป พระมารดาของพระเจ้าเสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางประชากรของพระแม่ด้วยการดูแลอย่างอ่อนโยนและเอาใจใส่ด้วยความรัก พระแม่ทรงทำให้ความกังวลใจและความยุ่งยากเหล่านั้นกลายเป็นของพระแม่เอง และที่ใดที่มีสักการะสถาน โบสถ์หรือวัดน้อยที่อุทิศให้กับพระแม่ จะมีผู้คนจำนวนมากแห่แหนไป ณ ที่นั้น ลองคิดถึงการแสดงออกถึงความศรัทธาของผู้คนเหล่านั้น การเดินทางแสวงบุญ การเฉลิมฉลอง การสวดภาวนา และการตั้งพระรูปของแม่พระในสถานที่เหล่านั้น รวมทั้งความศรัทธาอื่น ๆ อีกมากมาย และแบบฉบับที่เป็นรูปธรรมที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างมารดาของพระเจ้ากับสัตบุรุษที่ผลัดเวียนกันมาเยี่ยมเยือน
ความเร่งรีบที่ดี จะผลักดันเราให้สูงขึ้นและเข้าหาผู้อื่นอยู่เสมอ
ความเร่งรีบที่ดี จะผลักดันเราให้สูงขึ้นและเข้าหาผู้อื่นอยู่เสมอแต่กระนั้น ก็ยังมีการเร่งรีบที่ไม่ดีด้วย ที่ผลักดันเราให้ดำเนินชีวิตเพียงผิวเผินและยอมทำทุกอย่างโดยเปล่าประโยชน์ โดยไม่มีข้อผูกมัดหรือข้อกังวล โดยไม่ต้องลงทุนในสิ่งที่เราทำ เป็นความเร่งรีบของผู้คนสมัยนี้ ที่ดำเนินชีวิต ศึกษาเล่าเรียน ทำงาน และเข้าสังคมโดยไม่ต้องลงทุนส่วนตัวอย่างแท้จริง สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ในครอบครัว เมื่อเราไม่เคยหยุดฟังและใช้เวลาร่วมกับผู้อื่น ในมิตรภาพ เมื่อเราคาดหวังให้เพื่อนของเราให้ความบันเทิงและตอบสนองความต้องการของเรา แต่ทันที่ที่เรามองไปทางอื่น หากเห็นว่าพวกเขามีปัญหาและต้องการเวลาและความช่วยเหลือจากเรา แม้แต่ระหว่างคู่รักที่มีความรัก ก็มีเพียงไม่กี่คนที่มีความอดทนที่จะทำความรู้จักและเข้าใจกันอย่างแท้จริง เราสามารถมีทัศนคติแบบเดียวกันได้ทั้งในโรงเรียน ที่ทำงาน และในด้านอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันของเรา เมื่อเราทำบางสิ่งอย่างเร่งรีบก็มักจะไม่เกิดผล เสี่ยงที่จะไม่เติบโตและไร้ชีวิตชีวา ดังที่เราอ่านพบในหนังสือสุภาษิต: “แผนงานของคนขยันนำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์อย่างแน่นอน แต่ทุกคนที่รีบร้อนก็เข้ามาเพียงเพื่อต้องการ” (21:5)
เมื่อมารีย์เดินทางไปถึงบ้านของเศคาริยาห์และเอลีซาเบธ การเผชิญหน้าครั้งยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้น! เอลีซาเบธเองก็เคยพบกับการแทรกแซงอย่างอัศจรรย์จากพระเจ้า ผู้ทรงประทานลูกให้เธอในวัยชรา เธอมีเหตุผลในทุกประการ ที่จะเริ่มต้นด้วยการพูดชื่นชมตัวเอง แต่เธอก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น กลับเป็นฝ่ายที่กระตือรือร้นที่จะต้อนรับลูกผู้น้องและผลจากครรภ์ของเธอ ทันทีที่เธอได้ยินคำทักทายของมารีย์ เอลีซาเบธก็เปี่ยมไปด้วยพระจิต ความประหลาดใจและการเสด็จมาของพระจิตเกิดขึ้น เมื่อเราแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างแท้จริง เมื่อเราให้ผู้อื่นเป็นศูนย์กลาง เราพบว่านี้เป็นความจริงเช่นเดียวกันในเรื่องของศักเคียส ในพระวรสารของนักบุญลูกา “เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงที่นั่น ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นทอดพระเนตรตรัสกับเขาว่า ศักเคียส รีบลงมาเถิด เพราะเราจะไปพักที่บ้านท่านวันนี้ เขารีบลงมาต้อนรับพระองค์ด้วยความยินดี” (ลก.19:5-6)
พวกเราหลายคนมีประสบการณ์ที่ไม่คาดฝันกับการที่ได้พบกับพระเยซู เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงความใกล้ชิดสนิทสนม ความเคารพนับถือ ปราศจากอคติและการตำหนิ สายตาที่มองมายังเราด้วยความรักที่ไม่เคยพบจากผู้ใด ไม่เพียงเท่านั้น เรายังตระหนักด้วยว่าสำหรับพระเยซูแล้ว การมองจากที่ไกล ๆ นั้นไม่เพียงพอ พระองค์ทรงต้องการที่จะประทับอยู่กับเรา แบ่งปันชีวิตของพระองค์กับเรา ความชื่นชมยินดีแห่งประสบการณ์นี้ทำให้เราเร่งรีบที่จะต้อนรับพระองค์ รู้สึกถึงความจำเป็นที่ต้องอยู่กับและทำความรู้จักกับพระองค์ให้มากขึ้น เอลีซาเบธและเศคาริยาห์ให้การต้อนรับแม่พระและพระเยซูในบ้านของตน ขอให้เราเรียนรู้จากท่านทั้งสองถึงความหมายของการให้การต้อนรับ ลองถามพ่อแม่ ปู่ย่าตายายและผู้สูงอายุในชุมชนของท่านว่า การที่พวกเขาได้ต้อนรับพระเจ้าและคนอื่นๆ เข้ามาในชีวิตของพวกเขานั้น มีความหมายอย่างไร เราจะได้รับประโยชน์มากจากการฟังประสบการณ์ของผู้ที่มีชีวิตก่อนหน้าเรา
เยาวชนที่รัก ตอนนี้เป็นเวลาที่จะเริ่มต้น เร่งรีบที่จะเผชิญหน้าอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยอมรับผู้อื่นที่แตกต่างจากตัวเราอย่างแท้จริง กรณีที่เกิดขึ้นกับมารีย์ผู้เยาว์วัยและเอลีซาเบธผู้สูงอายุ มีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่เราจะเชื่อมระยะห่างให้ใกล้ชิดกัน ช่องว่างระหว่างวัย ระยะห่างระหว่างชนชั้นของสังคม ระหว่างชนเผ่าและกลุ่มต่างๆ แม้กระทั่งยุติสงครามได้ เยาวชนเป็นตัวแทนแห่งความหวังสำหรับความเป็นเอกภาพใหม่ ภายในครอบครัวมนุษย์ที่แตกแยกกระจัดกระจาย พวกเขาสามารถรักษาความทรงจำได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาได้รับฟังชีวิตและความฝันของผู้สูงอายุเหล่านั้น “นั่นไม่ใช่เหตุบังเอิญที่สงครามกำลังหวนกลับไปยังทวีปยุโรป ในเวลาที่ชนรุ่นที่มีประสบการณ์กับความโหดร้ายจากสงครามในศตวรรษที่แล้วกำลังเสียชีวิตไปจนแทบจะหมดสิ้น” สาส์นวันผู้สูงอายุสากลปี 2022) เราต้องการพันธสัญญาระหว่างวัยเยาว์และผู้สูงวัย มิเช่นนั้น เราจะลืมบทเรียนในประวัติศาสตร์ เราจำเป็นต้องเอาชนะทุกรูปแบบของการแบ่งขั้วและความสุดโต่งในโลกปัจจุบัน
ในจดหมายถึงชาวเอเฟซัส นักบุญเปาโลประกาศว่า “แต่บัดนี้ในองค์พระคริสตเยซู ท่านทั้งหลายซึ่งในอดีตเคยอยู่ห่างไกลได้เข้ามาอยู่ใกล้ เดชะพระโลหิตของพระคริสตเจ้า พระองค์คือสันติของเรา ทรงกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นหนึ่งเดียว โดยทรงทำลายกำแพงที่แบ่งแยกคือการเป็นศัตรูกัน” (อฟ.2:13-14) พระเยซูคือคำตอบของพระเจ้าต่อการท้าทายที่กำลังเผชิญกับมนุษย์ในทุกยุคทุกสมัย มารีย์เป็นผู้ที่มีคำตอบเหล่านั้น ภายในพระแม่ เมื่อครั้งที่พระแม่เสด็จไปเยี่ยมเอลีซาเบธ ของขวัญยิ่งใหญ่ที่สุดที่มารีย์นำไปมอบให้ญาติผู้อาวุโสก็คือพระเยซูเอง แน่นอนว่าความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมที่พระแม่นำไปมอบให้นั้นมีค่ามากที่สุด ทว่าไม่มีสิ่งใดที่จะเติมเต็มบ้านของเศคาริยาห์ด้วยความปิติยินดีและความพึงพอใจอย่างล้นเหลือได้ เท่ากับการประทับของพระเยซูในครรภ์ของพระแม่มารี ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นตู้ศีลแห่งการประทับอยู่ของพระเจ้า ในหมู่บ้านบนภูเขานั้นพระเยซูเจ้าได้ทรง “เทศนาบนภูเขา” เป็นครั้งแรก พระองค์ทรงประกาศอย่างเงียบ ๆ ถึงบุญลาภของคนจนและคนที่สุภาพอ่อนโยนที่ทรงวางใจในพระเมตตาของพระองค์
เยาวชนที่รัก สาส์นของพ่อสำหรับพวกเธอซึ่งเป็นสาส์นยิ่งใหญ่ที่มอบไว้กับพระศาสนจักร คือ องค์พระเยซู ใช่แล้ว เป็นพระเยซูเอง ความรักอันยิ่งใหญ่หาขอบเขตมิได้ของพระองค์สำหรับเราแต่ละคน ความรอดและชีวิตใหม่ที่พระองค์ทรงประทานให้เรา มารีย์เป็นแบบฉบับของเรา พระแม่แสดงให้เราทราบว่าจะต้องรับของขวัญอันยิ่งใหญ่นี้อย่างไรในชีวิตของเรา เพื่อที่แบ่งปันกับผู้อื่น พร้อมกับนำเอาความรักและการรับใช้ด้วยใจกว้างของพระองค์ไปสู่เพื่อนมนุษย์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ก้าวไปด้วยกัน…มุ่งหน้าสู่ลิสบอน
มารีย์เป็นเยาวชน เช่นเกียวกับพวกเรา เธอเป็นคนหนึ่งในพวกเรา Don Tonino Bello พระสังฆราชชาวอิตาลีองค์หนึ่ง สวดภาวนาว่า “สันตะมารีย์… เราทราบดีว่า พระแม่ถูกกำหนดให้ต้องออกทะเลลึก หากเราวอนให้พระแม่นำเราไปถึงฝั่ง มิใช่เพราะว่าเราต้องการให้พระแม่ประทับอยู่กับเรา แต่เพราะว่าเราเห็นว่าพระแม่อยู่ใกล้ชิดกับฝั่งแห่งความสิ้นหวังของเรา เราเห็นว่า เราเองก็ได้รับการเรียกร้องให้ต้องเสี่ยงออกทะเลลึก เช่นเดียวกับพระแม่สู่ท้องทะเลแห่งความเป็นอิสรภาพ” (Maria, donna dei nostril giorni, Cinisello Balsamo, 2012, 12-13)
อย่างที่พ่อกล่าวไว้ในสาส์นแรกของไตรภาคนี้ ว่าจากประเทศโปรตุเกสนี้ ในศตวรรษที่ 15 และ 16 เยาวชนจำนวนมากรวมทั้งธรรมทูต ได้ออกเดินทางไปยังที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก เพื่อที่จะแบ่งปันประสบการณ์ของพระเยซูกับประชากรของชาติต่าง ๆ (เทียบ สาส์นเยาวชนโลกสำหรับปี 2022) ในต้นศตวรรษที่ 20 พระแม่มารีย์ทรงเลือกที่จะไปประจักษ์ในประเทศนั้น จากฟาติมา พระแม่ทรงตรัสกับประชากรทุกรุ่นทุกวัยถึงสาส์นอันยิ่งใหญ่และทรงพลานุภาพแห่งความรักของพระเจ้า ซึ่งเรียกร้องให้เรากลับใจใหม่และสู่อิสรภาพที่แท้จริง พ่อขอเชิญชวนเธอแต่ละคนอีกครั้งหนึ่ง ให้มีส่วนร่วมในการเดินทางแสวงบุญสากลครั้งนี้ซึ่งจะลงท้ายด้วยการเฉลิมฉลองวันเยาวชนโลกที่ลิสบอน ในเดือนสิงหาคม 2023 พ่อยังขอเตือนว่าใน วันที่ 20 พฤศจิกายน อันเป็นวันสมโภชพระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นกษัตริย์ เราจะมีการเฉลิมฉลองวันเยาวชนโลกในระดับพระศาสนจักรท้องถิ่น เกี่ยวกับประเด็นนี้ สมณกระทรวงเพื่อฆราวาสครอบครัวและชีวิต ได้ออกเอกสารอภิบาลเพื่อเฉลิมฉลองวันเยาวชนโลกในระดับพระศาสนจักรท้องถิ่น (Pastoral Guidelines for the Celebration of World Youth Day in the Particular Churches) สามารถช่วยได้มากสำหรับผู้ที่มีหน้าที่ดูแลอภิบาลเยาวชน
เยาวชนที่รัก ความฝันของพ่อก็คือ ในวันเยาวชนโลก ลูกจะสามารถมีประสบการณ์ใหม่ถึงความชื่นชมยินดีแห่งการพบปะกับพระเจ้าและพี่น้องชายหญิงของเรา หลังจากที่ต้องรักษาระยะห่างและกักตัวเป็นเวลานาน เราจะพบกับทุกคนที่ลิสบอน อาศัยความช่วยเหลือของพระเจ้า ความสุขของการโอบกอดฉันท์พี่น้องระหว่างผู้คนรุ่นต่าง ๆ อ้อมกอดแห่งการคืนดีและสันติ อ้อมกอดของภราดรภาพมิชชันนารีใหม่ ขอพระจิตทรงจุดประกายความปรารถนาที่จะ “ลุกขึ้น” ในใจของลูก มีความชื่นชมยินดีในการเดินทางไปด้วยกัน ร่วมก้าวเดินไปพร้อมกับทิ้งสิ่งต่าง ๆ ที่ผิดพลาดไว้เบื้องหลัง บัดนี้เป็นเวลาที่จะต้องลุกขึ้น เช่นเดียวกับพระแม่มารีย์ ให้ลูก “รีบลุกขึ้นแล้วออกเดินทาง” รักษาพระเยซูไว้ในดวงใจ และนำพระองค์ไปสู่ผู้ที่เราพบในจังหวะที่สวยงามแห่งชีวิตของเธอ จงรีบก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่มีการผัดวันประกันพรุ่ง ในสิ่งที่ดีต่าง ๆ ที่พระจิตจะสามารถทำให้สำเร็จได้ในตัวลูก พ่อขออวยพรด้วยความรักให้กับความฝันและทุกการก้าวเดินของลูก
ให้ไว้ ณ กรุงโรม มหาวิหารนักบุญยอห์น ลาเตรัน วันที่ 15 สิงหาคม 2022
สมโภชแม่พระเสด็จยกขึ้นสวรรค์
ฟรังซิส