Sample Page

IS AM ARE : คุณพ่อสนธยา ไทยสนธิ

บาทหลวงสนธยา ไทยสนธิ อายุ 44 ปี
การศึกษาปริญญาโท บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ทำงานเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส อาสนวิหารแม่พระบังเกิดบางนกแขวก จ.สมุทรสงคราม /ผู้จัดการ-ผู้อำนวยการ
โรงเรียนดรุณานุเคราะห์ จ.สมุทรสงคราม
จิตตาธิการเยาวชนสังฆมณฑลราชบุรี

พ่อเป็นสัตบุรุษวัดนักบุญอันตนนีโอ จ.ราชบุรี สังฆมณฑลราชบุรีปัจจุบัน ทำงานอภิบาลในเขตอาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวก ทำหน้าที่บริหารโรงเรียนดรุณานุเคราะห์ และดูแลงานเยาวชนในเขตสังฆมณฑลราชบุรี

ในฐานะการเป็นพระสงฆ์สังฆมณฑลราชบุรี ในโอกาสปีเยาวชน ก็คาดหวังว่า สัตบุรุษจะให้ความสำคัญกับบรรดาเยาวชนมากขึ้น เพราะ “เยาวชนคือปัจจุบันของพระศาสนจักร” นั่นคือเปิดโอกาสให้บรรดาเยาวชนได้แสดงพลังในฐานะคริสตชน คาทอลิก ทำหน้าที่คริสตชนที่ดี ซึ่งโดยส่วนตัว ก็หวังและตั้งใจจะส่งเสริมให้เยาวชนกล้าแสดงออก แบ่งปัน ช่วยเหลือ เป็นเพื่อนเพื่อเสริมสร้างกำลังใจกันและกัน และหากสามารถทำอะไรเพื่อวัดที่อยู่ ก็อยากส่งเสริมให้เยาวชน มาเข้าวัดให้มากขึ้น ใกล้ชิดวัด เห็นวัดเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขา พวกเขาสามารถมาอยู่ เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของพวกเขาได้ เพื่อเห็นแบบอย่างดีของผู้ใหญ่ สามารถเป็นแรงกำลังใจให้พวกเขาได้เติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง และเป็นคริสตชนที่ดีต่อไป

ค.คนชวนคิด 1

ค.คนชวนคิด

เยาวชนคือผู้ที่มีพลังชีวิต เค้าว่ากันอย่างนั้น พลังที่ว่า คือแรงที่ผลักดันเราไปสู่บางสิ่งที่ดี พลังที่ผลักดันเราไปสู่สิ่งที่ไม่ดี เราไม่เรียกว่า พลังชีวิต เพราะสิ่งที่ไม่ดีที่พลังนั้นผลักดันเราเข้าไปสู่ จะนำมาซึ่งความตกต่ำของชีวิต ในชีวิตของคนเราจึงมีพลังสองด้าน คล้ายกับเหรียญที่มีสองหน้า ในขณะที่เรามีพลังและความตั้งใจพร้อมที่จะมุ่งไปสู่สิ่งดีดีในชีวิต แต่ในเวลาเดียวกัน ก็มีอีกพลังที่นำเราไปสู่สิ่งตรงข้ามเช่นกัน ทำไมบางคนติดตาเสพติด แต่บางคนกลับไม่ติด ทั้งที่ทั้งสองรู้ว่ายาเสพติดไม่ดี บางคนร้องไห้ฟูมฟาย ขณะที่บางคนยั้งยิ้มได้ ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองก็ผิดหวังในเรื่องคล้าย ๆ กัน

เยาวชนที่รัก พลังชีวิตและพลังแห่งความตายมีอยู่ในตัวของเราทุกคน ขึ้นอยู่กับเราในแต่ละการตัดสินใจของแต่ละคน ตัวของเราจะเข้ากับพลังฝ่ายไหน จะยอมให้พลังฝ่ายไหน หรือว่าจะเอาพลังด้านไหนมาใช้ได้มากกว่ากัน ก็คงขึ้นอยู่ที่เราแล้วละเนอะ!!!

จุดเริ่มต้นการสานสัมพันธ์ในศาสนสัมพันธ์

จุดเริ่มต้นการสานสัมพันธ์ในศาสนสัมพันธ์

หากย้อนไปตอนจุดเริ่มต้นของการทำงาน ในปี ค.ศ.2007 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานด้านศาสนสัมพันธ์และคริสตสัมพันธ์ ซึ่งผู้เป็นเจ้านายคนแรกในการทำงาน

คือ บาทหลวงไพศาล อานามวัฒน์ (พ่อเขียว) ในการทำงานวันแรก คือ ไม่ได้ตั้งใจทำนะ แค่ไปตามนัด แต่เมื่อไปถึงพ่อเขียวก็บอกว่าเอ๋พิมพ์งานเป็นไหม? เอ๋ ตอบว่า เป็นค่ะ พ่อเขียวจึงบอกว่า เอ๋ เอาเอกสารนี้ไปพิมพ์ที เอ๋ เดี๋ยวเข้าประชุมด้วยนะ เอ๋ กลับบ้านเดี๋ยวพ่อไปส่งนะ คือกลับเพชรบูรณ์พ่อจะต้องไปส่งที่ท่ารถหมอชิต แต่พ่อไปส่งที่อู่รถ (ส่งผิดที่) แต่พ่อเขียวก็วนรถกลับไปส่งจนถึงที่ พอเปิดประตูรถลง พ่อเขียวได้เรียกพร้อมกับหยิบเงินจำนวน 3,000 บาท พร้อมบอกว่า กลับบ้านอย่ากลับไปมือเปล่า แล้วอย่าลืมกลับมาทำงานหล่ะ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการทำงาน หากนับการทำงานจนถึงปัจจุบันนับได้ 13 ปี

ประเด็นที่อยากจะชี้ให้เห็นถึงวิธีการสร้างความสัมพันธ์ในรูปแบบของ พ่อเขียว

1.เมื่อเจอกัน รู้จักที่จะชวนคุย เป็นการทำให้ผ่อนคลาย และจะนำไปสู่การเจรจา

2.ทดสอบความสนใจ ทดสอบการทำงาน โดยการสอบถาม และให้ลองทำ เป็นการไม่บังคับ

3.เชิญเข้าร่วมประชุม หรือเชิญเข้าร่วมในกิจกรรมที่จะทำ เพื่อให้เห็นว่าคุณคือส่วนหนึ่งของทีมงาน หรือหนึ่งในความสำคัญของการทำงานหรือกิจกรรมนั้น

4.เสนอตัวในการช่วยเหลือ เป็นการแสดงน้ำใจอันดีในการช่วยเหลือกันและกัน ซึ่งเป็นการผูกมัดใจได้ดี

5.การแสดงน้ำใจด้วยความจริงใจ จุดเริ่มต้นดีมีชัย การแสดงน้ำใจสามารถที่จะแสดงได้กับทุกคนแม้กับคนในครอบครัวของคู่เจรจา

ทั้งหมด 5 ข้อนี้คือวิธีการสร้างความสัมพันธ์

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสานสัมพันธ์เพื่อทำความรู้จักที่ได้เรียนรู้จะเห็นได้ว่าหากเราจะทำความรู้จักใครนั้นไม่จำเป็นจะต้องวางแผนเพื่อที่จะทำความรู้จักเขาเพียงแค่เรามีความจริงใจ และเข้าใจในเขาเราก็สามารถสานต่อความสัมพันธ์ได้ยืนยาวในการพบปะกับเพื่อน พี่น้องที่มีความหลากหลายในความเชื่อ เราอาจจะต้องทำความเข้าใจในคำว่า ศาสนสัมพันธ์ นั้นคือ การเสวนา รวมทั้งความสัมพันธ์ทางบวก และสร้างสรรค์ระหว่างศาสนา แบบบุคคลต่อบุคคล และแบบหมู่คณะต่อหมู่คณะของผู้ที่มีความเชื่อต่างกัน เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ และเพิ่มพูนกันและกัน โดยกระทำไปในบรรยากาศของความเคารพต่อความจริงและอิสรภาพ รวมทั้งการเป็นพยานยืนยัน และการออกค้นหาความเชื่อในศาสนาของตน

วรินทร เหมะ

สาสน์วันเยาวชนโลก
ปี 1985 ที่กรุงโรม

ในจดหมายฉบันนี้พระสันตะปาปา ได้เชื้อเชิญเยาวชนให้รำพึงเกี่ยวกับบทสนทนาของพระเยซูเจ้า ที่มีกับชายหนุ่มคนนั้น จากพระวรสาร
นักบุญมารโก 10,17-22 มัทธิว 19,16-22 ลูกา 18,18-23 และในบทสนทนานี้เองได้กลายเป็น แนวทางสำหรับสาสน์ที่พระองค์เขียนถึงบรรดาเยาวชนและ ก็จะมีความคิดที่สำคัญบางอย่างดังต่อไปนี้

เยาวชนที่รักพระคริสต์เจ้าได้พูดกับพวกเธอถึงความจริงเกี่ยวกับ เยาวชน พระคริสต์เจ้าได้พบกับชายหนุ่มคนนั้นและก็ได้พูดกับเขา และในการสนทนานั้นเองก็ได้มีคำที่น่าสนใจ ก็คือว่าจงยึดสิ่งที่ดีงามไว้สิ่งที่คงทนถารและสิ่งที่ยั่งยืนต่อไป แม้ว่าช่วงกาลเวลา และชนชาติทั้งหลายจะผ่านพ้นไปพระเยซูเจ้าได้พูดอย่างนี้กับชายหนุ่มคนนั้น และก็ได้พูดกับตัวเยาวชนเอง ทั้งผู้ชายและผู้หญิง และในบทสนทนาของพระองคืที่ได้เกิดขึ้นนั้นเอง พระองค์ได้พูดถึงเยาวชนทุกคนในส่วนต่างๆ ของโลก และในท่ามกลางความแตกต่างของบรดานานาชาติของวัฒนธรรม คือให้เยาวชนยึดสิ่งที่ดีงามไว้ สิ่งที่คงทนถาวร และคงอยู่ต่อไป และในคำที่ พระเยซูเจ้าได้พูดกับชายหนุ่มก็คือว่า จงพยายามแสวงหาความจริง และชีวิตของท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงและที่สำคัญที่สุดก็คือความจริงเกี่ยวกับตัวเยาวชน

สิ่งเหล่านี้ก็คือความจริงที่เกี่ยวกับตัวเยาวชน

  • เยาวชนเป็นบุคคลที่มีอิสระ มีเสรีภาพในตัวเอง และเป็นบุคคลที่มีขุมทรัพย์อันล้ำค่า
  • ช่วงระยะเวลาของเยาวชนในปัจจุบันนี้เอง เป็นช่วงเวลาที่เขาได้ค้นพบ ความเป็นมนุษย์ ความเป็นตัวของเขา ความเป็นบุคคลของเขา และก็ได้ค้พบขุมทรัพย์ ความสามารถที่อยู่ในความเป็นบุคคลของเขา
  • พระเป็นเจ้าเท่านั้นเองที่เป็นพื้นฐานสำคัญสูงสุดของเราทุกอย่าง และพระองค์เท่านั้นเองให้ความหมายและความเป็นอยู่ของชีวิตมนุษย์

พระเยซูได้เรียกร้องให้พวกเราแต่ละคนวางแผนสำหรับชีวิตของเรา พระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์มองดูชายหนุ่มด้วยความรักชายหนุ่มก็ตอบสนองพระองค์ด้วยความปรารถนาที่จะทำอะไรมากกว่านั้นพระเยซูเจ้าจึงเสนอแผนการณ์สำหรับชีวิตให้ชายหนุ่มคนนั้น และเราก็ค้นพบสิ่งหนึ่งในกระแสเรียก คือการเรียกที่พระเยซูเจ้ามีกับชายหนุ่มคนนั้นก็คือว่า บรรดาเยาวชนทั้งชายและหญิง ขอให้เธอได้คิดถึงแผนการณืแห่งกระแสเรียกที่พระเป็นเจ้าได้เรียกพวกเธอแต่ละคนพระองค์ก็ใช้คำเปรียบเทียบ เพื่อให้เราแต่ละคน สามารถค้นพบกระแสเรียกของเราเพื่อจะได้สามารถที่จะเห็นอย่างชัดเจนว่าชีวติกระแสเรียกของเราแต่ละคนก็คือ กระแสเรียกของคริสตชนนั่นเอง การเรียกพิเศษ หากการเรียกให้เป็นพระสงฆ์ นักบวช เข้ามายังหัวใจของเรา อย่างนิ่งเฉยแต่จะทำให้เสียงเรียนนั้นเองเติบโตขึ้น และเราก็ต้องพร้อมที่จะตอบสนองเสียงเรียกของพระเป็นเจ้าให้เป็นพระสงฆ์ นักบวชด้วยการภาวนา และในการซื่อสัตย์ต่อการถือพระบัญญัติ

กระแสเรียกแห่งการแต่งงาน
การที่เราจะเลือกชีวิตแห่งการแต่งงานก็หมายความว่า เราเรียนรู้ที่จะแต่งงาน โดยมีความรักในแต่ละวันของชีวิตในแต่ละปีที่ผ่านไป และความรักนี้เองก็เป็นสิ่งที่แสดงออกทั้งร่างกาย และจิตใจของเราว่า ความรักที่จะต้องอดทน ความรักที่จะต้องมีใจดีนั้นไม่ได้หมายความว่าอยู่ในหนทางของ ตัวเองเท่านั้น แต่ว่ามันจะต้องเป็น ความยินดี ไม่ใช่เป็นความพอใจของตัวเอง และก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ความรักนี้เองที่บรรดาเยาวชนทั้งหลายก็ต้องการ เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะต้องแต่งงานในอนาคตก็ขอให้เราได้ผ่านการทดสอบว่า มีความรักที่แท้จริงไหม และสิ่งที่มีคุณค่าในการทดสอบ ความรักก็เป็นเหมือนกับกระแสเรียกที่ทำให้เธอได้มั่นใจว่า โดยอาศัยชีวิตแต่งงานนี้เอง เธอพร้อมที่จะทำให้ความรักเติบโตขึ้น
และเธอได้เตรียมแผนสำหรับอนาคตของเธอ ซึ่งเป็นเหมือนขุนทรัพย์อันมีค่าในชีวิตของเธอแต่ละคนนั้น ได้ออกไปจากชีวิตของเธอ อย่าให้การแต่งงานของเธอ เป็นเพียงแค่รูปแบบที่จะต้องทำ เพราะสังคมเรียกร้อง หรือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เธอพบความล้มเหลว หรือทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่มีคุณค่า เพราะความจริงแล้วชีวิตแต่งงานเป็นชีวิตที่เราได้พบความจริงแห่งความรัก และการพบความจริงนี้เองก็จะทำให้เราสามารถที่จะเป็นตัวตนอย่างสมบูรณ์ และทำให้คู่ครองของเราได้เป็นบุคคลที่สมบูรณ์ด้วย

พระเยซูคริสเจ้าได้ท้าทายพวกเธอทุกคน
บรรดาเยาวชนทั้งหลาย ในการท้าทายอันนี้เอง คือ เหมือนขุมทรัพย์สมบัติประการหนึ่งที่เรามนุษย์ได้รับมาจากครอบครัว ได้รับมาจากวัฒนธรรมและได้รับมาจากศาสนา โดยการที่เราได้รับความเชื่อเป็นมรดรสำหรับชีวิต และค่านิยมที่จะทำให้วัฒนธรรมในสังคมของเราแต่ละคน ชนชาติของเราแต่ละคนด้วยเป็นอยู่ และสามารถต่อเนื่องได้ก็โดยอาศัยชีวิตจิตของเราแต่ละคนในความเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นเราต้องทำทุกอย่างที่เราสามารถทำให้เราได้รับมรดกแห่งพระพรของพระจิต และทำให้เรามั่นคงขึ้น และก็สามารถจะทำให้เราอยู่และก็อยู่อย่างเปิดเผย และในการท้าทายนี้เองก็เป็นการทำให้เราแต่ละคน ตระหนักถึงความปรีชาฉลาดที่เขามี และก็ใช้มันเพื่อจะได้เสริมสร้างหนทางเพื่อความดีของส่วนรวม

มันเป็นความจริงที่ว่า โรงเรียนได้เตรียมบรรดาเยาวชนเพื่อเข้าสู้ชีวิตการงาน และพูดในความหมายที่ชัดเจน คือวางานนี้เองเป็นเหมือนกับโรงเรียนแรก และสำคัญ ที่จะทำให้เยาวชนได้เรียนรู้ค่านิยมของชีวิต และก็เป็นโอกาสที่จะทำให้เขาได้สร้างวัฒนธรรมสำหรับมนุษย์ชาติโดยอาศัยการงาน การท้าทายที่จะต้องเติบโตขึ้นเยาวชนจะต้องเติบโตขึ้นในชีวิตของเขา และโดยอาศัยความจริง ความดี และความสวยงาม เพราะฉะนั้นการเติบโตโดยผ่านทางการติดต่อสัมพันธ์กับโลกที่เห็นได้กับธรรมชาติ กับผู้อื่น และจะต้องทำให้การติดต่อนั้นเอง นำเราไปสู่การติดต่อกับพระเป็นเจ้า การท้าทายนี้เอง ก็ยังเป็นการต่องานแพร่ธรรมของพระศาสนจักร วันนั้นเยาวชนที่รัก พวกเธอนั้นหมดเป็นความหวังของพระศาสนจักร และทำงานแพร่ธรรมของพระศานจักรในโลกนี้ ในหนทางที่มีคุณค่า ฉะนั้นพระศาสนจักรก็ได้พูดกับพวกเธอถึงงานแพร่ธรรม

หัวข้อสาส์นพระสันตะปาปาตั้งแต่ปี 1985 – ปีปัจจุบัน (2022)

หัวข้อสาส์นพระสันตะปาปาตั้งแต่ปี 1985 – ปีปัจจุบัน (2022)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลก ปี 2022 “พระนางมารีย์ทรงรีบออกเดินทาง” (ลก 1:39)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลก ปี 2021 “จงลุกขึ้นเถิด เราแสดงตนแก่เจ้า เพื่อแต่งตั้งให้เจ้าเป็นผู้รับใช้ของเรา” (กจ 26:16)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลก ปี 2020 “หนุ่มเอ๋ย เราบอกเจ้าว่า จงลุกขึ้นเถิด” (ลก.7:14)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2019 “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่าน” (ลก.1:38)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2018 “มารีย์ อย่ากลัวเลย ท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน” (ลก. 1:30)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2017 “พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า” (ลก. 1: 49)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2016 “ผู้มีใจเมตตาย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับพระเมตตา” (มธ.5: 7)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2015 “ผู้มีใจบริสุทธิ์ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้เห็นพระเจ้า” (มธ5.8)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2014 “ผู้มีใจยากจนย่อมเป็นสุข” (เทียบ มธ.28:19)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2013 “จงไปสั่งสอนนานาชาิติให้มาเป็นศิษย์ของเรา” (เทียบ มธ.28:19)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2012 “จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลาเถิด” (ฟป 4.4)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2011 “จงหยั่งรากลึกลงในพระองค์ และเสริมสร้างขึ้นในพระองค์ จงมีความเชื่ออย่างมั่นคง”
(คส 2.7)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2010 “พระอาจารย์ผุ้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไรเืื่พื่อจะได้ชีวิตนิรันดร” (มก.10:17-22)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2009 “เราได้มอบความหวังไว้ในพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” (1ทธ.4:10)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2008 “พระจิตเจ้าจะเสด็จลงมาเหนือท่าน
ท่านจะรับพลังเืพื่อจะเป็นพยาน” (กจ.1:8-9)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2007 “เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด”
(ยน.13:34)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2006 “พระวาจาของพระองค์ คือตะเกียงส่ิงทางเท้า
และเ็ป็นแสงสว่างนำทางให้” (ยน.13:34)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2005 “เรามาเพื่อนมัสการพระองค์” (มธ.2:2)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2004 “พวกเราอยากเห็นพระเยซู” (ยน.12:21)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2003 “นี่คือ…แม่ของท่าน” (ยน.19:27)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2002 “ท่านเป็นเกลือของโลก ท่านเป็นแสงสว่างส่องโลก”
(มธ.5:13-14)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2001 “ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็จงเลิกนึกถึงตนเอง
แบกไม้กางเขนของตนและตามเรามา” (ลก.9:23)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 2000 “พระวจนะทรงรับสภาพเนื้อหนัง และสถิตอยู่ท่ามกลางเรา”
(ยน.1:14)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1999 “พระบิดาทรงรักท่าน” (เทียบ ยน.16:27)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1998 “พระจิตเจ้าจะสอนท่านทุกสิ่ง” (เทียบ ยน.14:26)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1997 “พระอาจารย์ ท่านพักอยู่ที่ใด จงมาดูเอาเถิด” (ยน.1:38-39)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1996 “พวกเราจะไปหาใครเล่า พระองค์มีพระวาจาแ่ห่งชีวิตนิรันดร์
(ยน.6:68)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1995 “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านไปฉัีนนั้น” (ยน.20:21)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1994 “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านไปฉัีนนั้น” (ยน.20:21)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1993 “เรามา เืพื่อให้ท่านมีชีวิต และมีชีวิตอยางสมบูรณ์” (ยน.10:10)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1992 “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวดีแก่มนุษย์ทั้งปวง”
(มก.16:15)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1991 “ท่านได้รับจิตตารมณ์แห่งการเป็นบุตร” (รม.8:15)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1990 “เราเป็นเถาองุ่น ท่านทั้งหลายเป็นกิ่งก้าน” (ยน.15:5)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1989 “เราคือหนทาง ความจริง และชีวิต” (ยน.20:21)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1988 “เขาบอกให้ท่านทำอะไร ก็จงทำเถิด” (ยน.2:5)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1987 “เราเองก็ได้รู้ และวางความเชื่อของเราในความรักที่พระเจ้ามีต่อเราเอง” (1ยน.4:16)

สาส์นพระสันตะปาปาถึงเยาวชนโลกปี 1985 “จงเตรียมพร้อมที่จะปกป้องตนเองอยู่เสมอ จากคนที่เรียกร้องให้ท่านอธิบายความหวังซึ่งอยู่ในตัวท่าน” (1ปต.8:15)