Resources
สาสน์วันเยาวชนโลก
ปี 1995 ที่ประเทศฟิลิปปินส์
ภาวนาค่ำพร้อมกับเยาวชน
ประเด็น 3/3
ประเด็นที่ 3
เยาวชนที่รัก
- การได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ของแม่พระแห่งอันติโปโลเชื้อเชิญเราให้มองดูแบบอย่างของพระนางในการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้า ประการแรก แม่พระเก็บทุกสิ่งรำพึงอยู่แต่ในใจ แม่พระยังเสด็จไปเยี่ยมนางเอลิซาเบ็ธญาติของพระนาง ท่าทีทั้งสองนี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อการสนองตอบของเราต่อเสียงเรียกของพระเจ้า การภาวนาและกิจการนั่นคือสิ่งที่พระศาสนจักรคาดหวังจากเยาวชน นั่นคือ สิ่งที่ฉันมาที่นี่เพื่อจะขอเธอ มารีมารดาแห่งพระศาสนจักรและแม่ของเราจะช่วยเราให้ได้ยินเสียงของพระบุตรของพระเจ้า
- “พระบิดาส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านไปฉันนั้น” คำกล่าวนี้ก็สำหรับเธอเช่นกัน พระศาสนจักรกล่าวสิ่งนี้กับเยาวชนทั่วโลก วันนี้ข้อความนี้ได้“พระบิดาส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านไปฉันนั้น” คำกล่าวนี้ก็สำหรับเธอเช่นกันพระศาสนจักรกล่าวสิ่งนี้กับเยาวชนทั่วโลกวันนี้ข้อความนี้ได้ถูกกล่าวเป็นพิเศษสำหรับเยาวชนของฟิลิปปินส์ จีน เกาหลี และเวียดนาม สำหรับเยาวชนของลาวและกัมพูชา มาเลเซีย ปาปัว นิวกินีและอินโดนีเซีย สำหรับเยาวชนของอินเดียและหมู่เกาะในมหาสมุครอินเดีย สำหรับเยาวชนของออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิคอันกว้างใหญ่
บุตรชายหญิงแห่งส่วนของโลกอันเป็นบ้านที่ใหญ่ที่สุดของครอบครัวมนุษยชาติ พวกเธอถูกเรียกว่าเพื่อภารกิจเดียวกันที่พระคริสตเจ้าและพระศาสนจักรได้เรียกร้องเยาวชนทั่วทุกทวีป : เยาวชนจากตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออกและยุโรปตะวันตก อเมริกาเหนือ อเมริการกลางและอเมริกาใต้รวมทั้งอาฟริกา พระคริสตเจ้าทรงกล่าวกับพวกเธอแต่ละคนว่า “เราส่งเธอไป”
พระองค์ได้เสด็จมาในห้องที่อัครสาวกประชุมกันอยู่หลังการหลับคืนชีพของพระองค์ และได้ตรัสว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” (ยน. 20:21) โปรดให้เยาวชนเหล่านี้เป็นผู้นำสันติสุขของพระองค์ไป โปรดสอนพวกเขาให้รู้จักความหมายของคำของพระองค์ที่ตรัส บนภูเขาว่า “บุคคลผู้ใดสร้างสันติผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเรียกเขาว่าเป็นบุตร” (มธ. 5:9) - ทำไมพระองค์จึงส่งพวกเธอไป? เพราะว่าประชากรชายหญิงบนโลกนี้ – เหนือ ใต้ ตะวันออกตะวันตก ต่างใฝ่หาเสรีภาพและความหวัง คนจนแสวงหาความยุติธรรมและความมั่งคง ผู้ถูกกดขี่เรียกร้องอิสรภาพและศักดิ์ศรี
คนตาบอดร้องหาแสงสว่างและความจริง (ลก. 4:18) พวกเธอไม่ได้ถูกส่งไปเพื่อประกาศความจริงอันเป็นนามธรรม พระวรสารไม่ได้เป็นทฤษฎีหรืออุดมคติ พระวรสารเป็นชีวิต ภารกิจของเธอคือเป็นพยานเพื่อชีวิต : ชีวิตแห่งพระเจ้าซึ่งรับมนุษย์ชายหญิงทุกคนเป็นบุตร มนุษย์ในสมัยใหม่นี้ ไม่ว่าเขาจะรู้หรือไม่ก็ตามต่างแสวงหาชีวิตนี้เหมือนกับมนุษย์เมื่อ 2000 ปีที่แล้วต่างรอคอยการเสด็จมาของพระคริสตเจ้า มนุษย์ต้องการพระเยซูคริสตเจ้าเสมอตราบจนอวสานแห่งกาลเวลา - เหตุใดเราจึงต้องการพระองค์?
เพราะว่าพระองค์ทรงเปิดเผยความจริงแห่งมนุษย์ ชีวิตของมนุษย์ และจุดหมายปลายทาง พระองค์แสดงให้เราเห็นที่ของเราค่อหน้าพระเจ้า ในฐานะสิ่งสร้างและคนบาป ในฐานะผู้ถูกไถ่กู้โดยผ่านความตายและการกลับคืนชีพของพระองค์ ในขณะที่เรากำลังเดินทางไปสู่บ้านของพระบิดา พระองค์ทรงสอนเราถึงบัญญัติพื้นฐานแห่งความรักต่อพระเจ้าและความรักต่อเพื่อนมนุษย์ พระองค์ทรงย้ำเตือนว่าจะไม่มีความยุติธรรม ความรักฉันพี่น้อง ความสงบสุขและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน หากปราศจาก บัญญัติสิบประการ ซึ่งพระเป็นเจ้าประทานแก่โมเสสบนยอดเขาซีนายซึ่งถูกสอน ย้ำโดยพระคริสตเจ้าในบทเทศน์บนภูเขา (มธ.5:3-12) และในบทสนทนาของพระองค์กับชายหนุ่ม (มธ. 19:16-22) ความจริงเกี่ยวกับมนุษย์ ซึ่งโลกสมัยใหม่พบว่าเป็นการยากที่จะเข้าใจ คือเราได้ถูกสร้างมาตามฉายาตามอย่างพระเป็นเจ้า (ปฐก.1:27) และลึกลงไปในความจริงนี้ นอกไปจากข้อพิจารณาอื่นแล้วก็คือมนุษย์แต่ละคนมีศักดิ์ศรี โดยไม่มีข้อยกเว้น นับตั้งแต่เวลาแห่งหารปฏิเสธไปจนถึงวาระแห่งความตายตามธรรมชาติ แต่สิ่งที่เป็นการยากกว่าสำหรับวัฒนธรรมร่วมสมัยที่จะเข้าใจก็ คือ ศักดิ์ศรีนี้ซึ่งปรากฏอยู่ในงนสร้างสรรค์ของพระเจ้า นี่คือข่าวสารที่เธอต้องประกาศให้กับโลกปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะกับผู้ด้อยโอกาส ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยและผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ คนป่วยผู้ที่ไม่มีใครเหลียวแล และผู้ที่ทุกข็ทรมานเพราะน้ำมือของคนอื่น เธอต้องบอกกับพวกเขาแต่ละคนว่า จงมองดูพระคริสตเจ้าเพื่อคุณจะได้ทราบว่าคุณคือใครในสาย พระเนตรของพระเป็นเจ้า - ศักดิ์ศรีของมนุษย์และสิทธิมนุษยชนกำลังได้รับความเอาใจใส่ มากขึ้น และกำลังถูกประมวลอย่างค่อยเป็นค่อยไปเข้าในกฏหมายของ ชาติและกฏหมายระหว่างประเทศ เราต้องขอบคุณสำหรับเรื่องนี้ แต่ผลของกฏหมายนี้เกี่ยวกับการเคารพศักดิ์ศรีของมนุษย์และ สิทธิมนุยชนจะเป็นไปไม่ได้หากแต่ละบุคคลหรือกลุ่มชนยังไม่สามารถเอาชนะความเห็นแก่ตัว ความกลัว ความโลภและความกระหายอำนาจและเพื่อสิ่งนี้มนุษย์จำเป็นต้องได้รับการปลดหล่อยจากบาปซึ่งครอบงำตนอยู่ โดยผ่านทางชีวิตพระหรรษทาน- พระหรรษทานของพระเป็นเจ้าและพระเยซูคริสตเจ้า พระเยซูเจ้าตรัสกับพวกเธอว่า“เราส่งเธอไปยังรครอบครัวของเธอ สังฆมณฑล ไปยังขบวนการและองค์กรของเธอ ไปยังประเทศชาติ วัฒนธรรมเก่าแก่ และความเจริญสมัยใหม่ เพื่อเธอจะได้ประกาศ ศักดิ์ศรีแห่งมนุษย์ทุกคน ซึ่งได้รับการไขแสดงโดยเรา บุตรแห่งมนุษย์”หากเธอป้องกันศักดิ์ศรีแห่งมนุษย์ เธอก็จะเผยแสดงแก่โลกถึงพระพักตรที่แท้จริงของพระเยซูคริสตเจ้า ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับมนุษย์ชายหญิงและเด็กทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนจน อ่อนแอหรือพิการ
- พระเยซูทรงส่งเธอไปอย่างไร?
พระองค์ไม่ได้ให้สัญญาอะไรกับเธอ ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรืออำนาจ ไม่มีสิ่งซึ่งเครื่องมือแห่งการสื่อสารของสังคมล่อใจชาวโลกทุกวันนี้ พระองค์ทรงให้พระหรรษทานและความจริงเที่ยงแท้ พระองค์ส่งเธอออกไปด้วยข่าวสารอันทรงพลังแห่งรหัสธรรมปาสกาด้วยความจริงแห่งไม้กางเขนและการกลับคืนชีพของพระองค์นั่นคือทั้งหมดที่พระองคืทรงมอบให้เธอและเธอก็ต้องการมันพระหรรษทานและความจริงนี้ในขณะเดียวกันก็ให้ความกล้าหาย การติดตามพระคริสตเจ้าเรียกร้องความกล้าหาญเสมอ อัครสาวก มรณสักขี มวลธรรมทูต นักบุญและผู้กลับใจ ทั้งผู้ที่เป็นที่รู้จักและไม่รู้จัก ในทุกส่วนของโลก ต่างต้องการพลังนี้เพื่อจะสามารถยืนหยัดมั่นคงในการเผชิญหน้ากับความเข้าใจผิดและความเป็นปฏิปักษ์ต่างๆ สิ่งนี้เป็นความจริงในตทวีปเอเชียด้วย ท่ามกลางประชาชนในทวีปนี้ คริสตชนได้รับรางวัลสำหรับความจงรักภักดีของเขา และนั่นคือรากอันมั่นคงแห่งความมั่นใจของพระศาสนจักร - เราจะกลับมายังคำถามของพวกเธอเอง พระศาสนจักและพระสันตะปาปาคาดหวังอะไรจากเยาวชนในงานวันเยาวชนโลกครั้งที่ 10 นี้? นั่นก็คือ การประการพระเยซูเจ้าและการที่พวกเธอเรียนรู้ที่จะประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้าซึ่งเต็มไปด้วยเสรภาพที่แท้จริงและความรุ่งเรืองของมนุษยชาติ นี่คือสิ่งที่พระคริสตเจ้าคาดหวังจากเธอ นี่คือสิ่งที่พระศาสนจักรมองหาในเยาวชนจากฟิลิปปินส์ เอเชียจากทุกส่วนของโลกด้วยวิธีนี้วัฒนธรรมของเธอเองจะพบว่า
- เธอพูดภาษาซึ่งก้องอยู่ในประเพณีอันเก่าแก่ของเอเชีย -ภาษาแห่งสันติสุขภายในอันเที่ยงแท้และความสมบูรณ์แห่งชีวิต ในปัจจุบันนี้และตลอดไป
เพราะพระคริสตเจ้ากล่าวกับเธอว่า “เราส่งเธอไป”พวกเธอจึงกลายเป็นเครื่องหมายแห่งความหวัง และเป็นเครื่องมือแห่งความไว้ใจของเราในอนาคต ด้วยวิธีพิเศษนี้ พวกเธอเยาวชนในงนวันเยาวชนโลกครั้งที่ 10 นี้เป็นเครื่องหมายแห่ง “การเสด็จมา” ของพระคริสตเยซู เป็นประจักษืพยานแห่งพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า - ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า : งานวันเยาวชนโลกครั้งที่ 10 นี้ได้ใส่ “ชีวิตใหม่” ลงในจิตใจของเยาวชนที่มารวมตัวกันในลูเนตาปารค์ ในกรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ นักบุญยอหน์ได้เขียนไว้ว่า ชีวิตที่พระองค์ทรงประทานให้นั้นคือ “ความสว่างของมนุษย์” (ยน.1:4) โปรดช่วยเยาวชนชายหญิงเหล่านี้ให้นำความสว่างนั้นกลับไป ยังที่ที่พวกเขามา โปรดให้ความสว่างของเขาส่องสว่างแก่คนทั้งปวง (มธ.5:16) ครอบครัวของเขา วัฒนธรรม และสังคม แก่ระบบเศรษฐกิจและการเมือง และความสงบเรียบร้อยของปวงประชาชาติ
จงส่งพวกเขาไปเหมือนกับที่พระบิดาทรงส่งท่านไป เพื่อปลดปล่อยพี่น้องชายหญิงจากความกลัวและบาป เพื่อพระสิริของพระบิดาเจ้าของเรา อาแมน
พวกเธอเป็นเยาวชนที่ดี สิ่งนี้ไม่น่าเชื่อแต่มันเป็นความจริง พวกเธอเป็นเยาวชนที่ดีจริงๆ เราต้องการชาวฟิลิปปินส์เพื่อบันดาลใจเรา มันเป็นความจริง พวกเธอเป็นคนวิเศษมาก เธอทราบไหมว่างานวันเยาวชนโลกครั้งหน้าจะจัดขึ้นที่ไหน? มันจะถูกจัดขึ้นที่ปารีส ข้าพเจ้าได้เปิดเผยความลับสุดยอดแล้ว ตอนนี้ข้าพเจ้าอยากจะขอให้พระสังฆราชให้การอวยพร