Resources
สาสน์วันเยาวชนโลก
ปี 1995 ที่ประเทศฟิลิปปินส์
ภาวนาค่ำพร้อมกับเยาวชน
ประเด็น 2/3
ประเด็นที่ 2 คำถามถึงพระเยซูเจ้า
- พระเยซูเจ้า อะไรเป็นความลับในชีวิตของพระองค์
- อะไรเป็นความลับในเสรีภาพของพระองค์ จนสามารถมอบชีวิตของพระองค์ให้แก่เราโดยการยอมรับความตาย
- อะไรที่สามารถทำให้พระองค์กลมกลืนกับการประทับอยู่ของพระบิดาเจ้าได้ขณะที่พระองค์มีชีวิตในโลกนี้
- พระองค์ตอบสนองแและทำให้ภารกิจของพระบิดาที่ทรงมอบหมายให้พระองค์สำเร็จไปได้อย่างไร
- ทำไมพระองค์จึงทรงเรียกพวกเราให้ร่วมมือกับพระองค์ในการไถ่กู้โลก
- คำถามนี้ของพวกเธอเกี่ยวข้องกับความเป็นบุคคลและงานของ องค์พระเยซูเจ้าพระผู้ไถ่ของเรา พวกเธอรู้สึกว่ารหัสธรรมแห่งความเป็นบุคคลของพระเยซูเจ้า นำเธอให้รู้จักพระองค์ดีขึ้นพวกเธอได้พบว่าพระวาจาของพระองค์ดลใจให้ศิษย์ของพระองค์ออกไปเทศนาข่าวดีของพระองค์ให้แก่ทุกคน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของงานแพร่ธรรมและยังคงดำเนินต่อไป และทำให้พระศาสนจักรได้ไปยังทุกมุมโลก พวกเธอต้องการความแน่ใจว่า หากพวกเธอติดตามพระองค์พวกเธอจะไม่ผิดหวังหรือล้มเหลวในอีกแง่มุมหนึ่ง พวกเราจะสามารถอธิบายชีวิตที่เกิดผลอย่างพิเศษในชีวิตของพระองค์ได้อย่างไร และพระวาจาที่เกิดผลของพระองค์พลังและอำนาจของพระองคืมาจากไหน
- การอ่านพระวรสารจากนักบุญยอห์นอย่างสนใจ จะช่วยเราให้ค้นพบคำตอบ เราพบว่าพระเยซูเจ้า พระองค์สามารถเข้ามาหาสาวกที่ประชุมกันอยู่แม้ประตูยังปิดอยู่ได้ (ยน.20:26)
พระองค์ทรงแสดงพระหัตถ์และพระสีข้างให้พวกเขาดู พระหัตถ์และพระสีข้างนี้บ่งชี้ถึงอะไร
มันเป็นเครื่องหมายแห่งการไถ่บาปโดยทางมหาทรมารและการสิ้นพระชนม์บนกางเขนของพระองค์ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์พระหัตถ์ที่ถูกตรึงด้วยตะปูที่ให้พระกายของพระองค์สามารถแขวนอยู่บนกางเขนได้ แขวนอยู่ระหว่างสวรรค์และโลก เมื่อการตรึงกางเขนสิ้นสุดลงนายร้อยชาวโรมันด้ใช้หอกแทงที่ พระสีข้างของพระองค์ เพื่อให้แน่ใจว่าพระองค์จะไม่มีชีวิตอีกต่อไป (ยน.19:34) ทันใดนั้นโลหิตและน้ำได้ไหลออกมา เพื่อยืนยันว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แน่พระเยซูเจ้าได้สิ้นพระชนม์จริงๆ พระองค์ได้สิ้นพระชนม์และถูกนำไปไว้ที่รพคูหาเพื่อฝังตามแบบชาวยิวทุกคน เป็นหลุมศพของยอแซฟ ชาวอริมาเทีย ซึ่งเตรียมไว้สำหรับสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ไม่ไกลนักพระองค์ถูกฝังที่นั่นจนถึงเช้าวันปาสกา เช้าตรู่ของวันนั้นสตรีจากเยรูซาแลมมาเพื่อชโลมน้ำมันให้กับศพ แต่พวกหล่อนก็พบแต่คูหาว่างเปล่าพระเยซูเจ้าได้ทรงกลับคืนชีพ ฉะนั้น พระเยซูเจ้าที่กลับคืนชีพและทรงชีวิตได้มาหาบรรดาสาวกในห้องที่พวกเขาชุมนุมกันอยู่ และเพื่อพิสูจน์ว่า พระองค์ทรงเป็นบุคคลเดิมที่พวกเขาเคยรู้จักพระองค์ทรงแสดงรอยแผลที่พระหัตถ์และพระสีข้างให้พวกเขาดูนี่เป็นเครื่องหมายแห่งการไถ่กู้จากทรมานและการสิ้นพระชนม์ ของพระองค์ซึ่งเป็นแหล่งแห่งหลังซึ่งพระองคืได้มอบให้กับพวกเขาพรองค์ตรัสว่า “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด “เราก็ส่งพวกท่านไป…จงรับพระจิตเจ้า” (ยน. 20:21-22) - การกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้าเป็นกุญแจประวัติศาสตร์ของโลก ประวัติศาสตร์ของสิ่งสร้าง และที่สำคัญเป็นกุญแจประวัติศาสตร์ของมนุษย์ มนุษย์เหมือนกับสิ่งสร้างทั้งหลาย ที่อยู่ในกฏแห่งความตาย เราอ่านพบจากจดหมายถึงชาวฮีบรูว่า “มนุษย์ถูกกำหนดให้ตาย” (ฮบ. 9:27) และเพราะสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ทรงกระทำกฎนี้ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นกฎแห่งชีวิตเพระาการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า มนุษย์จึงไม่ได้อยู่เพื่อความตายอีกต่อไป แต่อยู่เพื่อชีวิตซึ่งเผยแสดงให้เห็นในเราแต่ละคน นี่เป็นชีวิตที่พระเยซูเจ้าได้ทรงนำมาให้กับโลก (ยน. 1:4) และเพระาความสำคัญที่พระเยซูเจ้าประสูติที่เบธเลแฮม ซึ่งเราเพิ่งฉลองคริสตามาสไป ด้วยเหตุผลนี้พระศาสนจักรกำลังจัดเตรียฉลองปี 2000 ที่บรรดานายชุมพาบาลและนักปราชญ์จากทิศตะวันออกได้รับ การเผยแสดงถึงชีวิตมนุษย์ในค่ำคืนสุกใสที่เบธเลแฮมซึ่งแสงให้เห็นถึงชีวิตที่ไม่ถูกทำลายในวันแห่งการกลับคืนชีพ ทำให้เห็นความเชื่อมโยงภายในระหว่างค่ำคืนที่เบธเลแฮมกับรุ่งอรุณแห่งวันกลับคืนชีพ
- ชัยชนะของชีวิตเหนือควาตายเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนาทุกศาสนา โดยเฉพาะศาสนาใหญ่ๆ ที่มีคนนับถือมากในเอเชีย เป็นพยานถึงความจริงที่ลึกซื้งถึงความเป็นอมตะ ซึ่งมีจารึกอยู่ในมโนธรรมของที่มีศาสนา การค้นหาชีวิตของมนุษย์หลังความตายสามารถพบได้ในการกลับคืนชีพของพระคริสตเจ้าเพราะพระคริสตเจ้าที่ทรงกลับคืนชีพเป็นภาพแสดงถึงการตอบสนองของพระเป็นเจ้าต่อความรู้สึกโหยหาอันลึกซึ้งของจิตใจมนุษย์พระศาสนจักรยืนยันว่า“ข้าพเจ้าเชื่อในการกลับคืนชีพของเนื้อหนัง และชีวิตนิรันดร”พระคริสตเจ้าที่ทรงกลับคืนชีพทำให้มนุษย์ทั้งชายและหญิงทุกสมัยมั่นใจว่าพวกเขาถูกเรียกให้มีชีวิตหลังความตาย การกลับคืนชีพของเนื้อหนังมีความหมายมากเหมือนกับความเป็นอมตะของวิญญาณ บุคคลทั้งครบ ร่างกายและวิญญาณถูกกำหนดให้มีชีวิตนิรันดร์ และชีวิตนิรันดร์เป็นชีวิตในพระเป็นเจ้า ไม่ใช่ชีวิตในโลก นักบุญเปาโลสอนเราว่า “เป็นความสมบูรณ์ของชีวิต” (รม.8:20) ในฐานะที่เป็นสิ่งสร้างในโลก เราแต่ละคนต้องตายเหมือนสิ่งสร้างต่างๆในโลกการเป็นอมตะของบุคคลทั้งครบเป็นพระพรจากพระเป็นเจ้า เป็นความจริงที่ว่าการมีชีวิตนิรันดร์คือการมีส่วนในชีวิตนิรันดรของพระเป็นเจ้าเอง
- เราจะรับชีวิตเช่นนี้จากพระเป็นเจ้าได้อย่างไร โดยทางพระจิตเจ้า โดยทางพระจิตเจ้าเท่านั้นที่จะทำให้เราได้รับชีวิตใหม่นี้ เหมือนที่เรายืนยันในความเชื่อว่า “ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระจิต พระเจ้าผู้ให้ชีวิต” โดยทางพระองค์ เรากลายเป็นเหมือนพระบุตร เป็นบุตรบุญธรรมของพระเป็นเจ้า เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้า !” พระองค์ตรัสว่ารับชีวิตพระนี้จากเรา ชีวิตที่เรได้นำมาให้โลก และจะเชื่อมโยงในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ เราซึ่งเป็นพระบุตรนิรันดร์ของพระบิดา โดยอำนาจของพระจิตเจ้าเราได้บังเกิดเป็นมนุษย์จากพระนางพรหมจารีย์มารีอา พวกท่านก็เช่นกัน
โดยทางพระจิตองค์เดียวกันก็จะกลายเป็นบุตรบุญธรรมของพระบิดาในเรา และผ่านทางเรา“จงรับพระจิตเจ้า !” หมายถึง :การรับขุมทรัพย์แห่งพระพรและความจริงจากพระองค์ ซึ่งจะทำให้เธอมีชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ในพระกายทิพย์ และจิตวิญญาณเดียวกับพระองค์ “จงรับพระจิต !” ยังหมายถึงมีส่วนในอาณาจักรสวรรค์ของพระเป็นเจ้าซึ่งพระจิตหลั่งลงมายังดวงใจของเธอ ซึ่งเป็นผลของการทรมาณ การเสียสละของบุตรของพระเจ้า
และเป็นหนทางที่ทำให้พระเป็นเจ้ายิ่งเป็นทุกอย่างสำหรับทุกคน (1คร. 15:28) - เยาวชนที่รักการรำพึงของเรานำเราไปสู่หัวใจของรหัสธรรมแห่งการเป็นพระผู้ไถ่กู้ของพระคริสตเจ้า โดยการมอบถวายพระองค์เองทั้งครบแด่พระบิดาพระองค์ทำให้เราทุกคนทั้งหญิงและขายเป็นบุตรที่รักของพระบิดา ชีวิตใหม่ซึ่งอยู่ในพวกเธอแต่ละคนโดยทางศีลล้างบาป เป็นแหล่งความหวังของคริสตชน และการมองโลกในแง่ดีพระเยซูคริสตเจ้าทรงเป็นเหมือนเมื่อในอดีต ในปัจจุบัน และตลอดไป เมื่อพระองค์ตรัสกับพวกเธอ “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านไปฉันนั้น”พวกเธอจงมั่นใจว่าพระองคืจะไม่ละทิ้งพวกเธอแต่จะอยู่กับพวกเธอเสมอไป!