Life Traveller

ศาสนสัมพันธ์ ตอนที่ 3

โดย วรินทร เหมะ | 2 นาที

บทความที่ 3 
ศาสนสัมพันธ์ในการเปิดใจรับ

เขียนโดย วรินทร เหมะ

ในสังคมที่มีความหลากหลายทั้งด้านเชื้อชาติ และศาสนา เราควรต้องเรียนรู้ ทำความรู้จักอีกมากมาย แต่ก่อนจะเรียนรู้และทำความรู้จักนั้น เราต้องเปิดใจที่จะยอมรับธรรมเนียมปฏิบัติของกันและกัน จึงขอยกตัวอย่างในเรื่อง เมื่อไม่รู้ธรรมเนียม..ก็ทำตามเขาไปก่อน

สาธุคุณชาวอเมริกันสองคนไปเที่ยวประเทศเยอรมนีตัดสินใจไปโบสถ์ร่วมพิธีนมัสการ เนื่องจากทั้งสองคนพูดภาษาเยอรมันไม่เป็นจึงคิดว่าต้องปลอดภัยไว้ก่อนโดยการทำตามคนอื่น แล้วทั้งสองก็เลือกไปนั่งแถวหน้าติดกับชายที่แต่งตัวภูมิฐานคนหนึ่งคิดว่าจะทำตามที่ชายผู้นั้นปฏิบัติ

ในระหว่างพิธีศาสนาจารย์ผู้ประกอบพิธีประกาศอะไรบางอย่าง ชายที่แต่งตัวภูมิฐานนั้นลุกขึ้นยืน สาธุคุณอเมริกันทั้งสองก็ลุกขึ้นยืนตาม ทันทีนั้นทั้งสองคนก็ได้ยินเสียงหัวเราะจากสัตบุรุษในโบสถ์

เมื่อพิธีนมัสการจบลงแล้วเขาทราบว่าศาสนาจารย์พูดภาษาอังกฤษได้ เขาจึงถามว่าเมื่อตะกี้นี้สัตบุรุษเขาหัวเราะอะไรกัน

“โอ้..ผมประกาศว่าจะมีพิธีโปรดศีลล้างบาปแล้วขอให้คนที่เป็นบิดาเด็กยืนขึ้น”

ท่านได้อะไรจากเรื่องนี้? ใช่แล้วเราจะเห็นได้ว่า การที่เราไม่รู้ภาษา ไม่รู้จักธรรมเนียมปฏิบัติ ก็อาจจะทำอะไรผิดพลาดได้ แต่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง เพราะหากการเรียนรู้จะทำให้เราต้องผิดพลาด คุณควรจำเอาไว้เลยว่า ผิดครั้งนี้ เพื่อให้เราได้เกิดการเรียนรู้ ไม่ทำผิดซ้ำอีก อย่าอายที่จะก้าวออกไปหาผู้อื่นไม่ว่าเขาจะนับถือศาสนาใด เชื้อชาติใด ควรเปิดใจที่จะยอมรับ และเรียนรู้ในกันและกัน  เพื่อที่จะทำให้เราได้รับมิตรภาพคืนกลับมา ทำให้เราไม่ต้องรู้จักแต่คนของเรา แต่ทำให้เรารู้จักผู้อื่นที่แตกต่างจากเรา วัฒนธรรมในทุกที่ล้วนมีประวัติศาสตร์ ศาสนายังมีความหลากหลาย ไม่ว่าเราจะเป็นคริสตชนหรือศาสนิกชน เราควรที่จะรักกันและกันเพราะเรานั้นเป็นพี่น้อง เราจึงต้องเปิดใจยอมรับในกันและกัน 

เรามาเริ่มด้วยการสร้างทัศนคติที่ถูกต้องเพื่อให้งานศาสนสัมพันธ์สัมฤทธิ์ผล โดยพิจารณาตน (จนถึงระดับมโนธรรมก็ว่าได้) ทั้งก่อนและหลังการทำงานศาสนสัมพันธ์ ดังนี้

ทัศนคติที่ดีและถูกต้องต่อศาสนาอื่น

  • เห็นคุณค่าในเนื้อหาสาระ / ศาสนธรรม หลักการ วิธีการของศาสนาอื่นว่าเป็นสิ่งที่ดีงามน่าสนใจ และมีความลุ่มลึก ลึกซึ้ง เพราะได้สะสมคุณค่ามาเป็นเวลายาวนาน
  • เห็นคุณค่าด้านประสบการณ์ชีวิตที่ให้ผลดีจากการปฏิบัติศาสนธรรมของศาสนิกในศาสนานั้นๆ 
  • เห็นคุณค่าของความจริง ความดีงาม ความศักดิ์สิทธิ์ศรัทธาของศาสนาอื่นๆ (พระศาสนจักรให้เรารู้จักยอมรับ / ไม่ปฏิเสธ)
  • ทุกคนมีดี อาจมีดีเหมือนกัน หรือต่างกัน ฉะนั้นพยายามเรียนรู้ และเลียนแบบความดีของกันและกัน (แต่ยังรักษาเอกลักษณ์ของตนไว้)
  • ทุกศาสนาปรารถนาความรัก ฉะนั้นให้เรารักกันฉันพี่น้อง
  • ทำเป็นประสบการณ์ชีวิตเพื่อการเสวนาด้วยชีวิต (ชีวิตศาสนาทั่วไปและชีวิตจิตภายใน)