Resources

สาสน์วันเยาวชนโลก
ปี 1995 ที่ประเทศฟิลิปปินส์
ภาวนาค่ำพร้อมกับเยาวชน
ประ้เด็น 1/3

โดย เพื่อนคู่คริสต์ | < 1 นาที

เยาวชนกว่าล้างคนจากทั่วทุกมุมโลกร่วมชุมนุมกันที่ Rizal Park กรุงมะนิลาในค่ำวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 1995 เพื่อร่วมภาวนาค่ำพร้อมกับพระสันตะปาปา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมเยาวชนโลกครั้งที่ 10 มีการขับร้องบทเพลง และการแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตของบรรดาเยาวชน การเต้นรำตามวัฒนธรรมฟิลิปปินส์ และการแห่กางเขน ซึ่งรวมอยู่กับการประกาศพระวรสาร และการประทับบนบัลลั่งก์อย่างสง่าของพระสันตะปาปาท่ามกลางเยาวชน การภาวนาค่ำยังประกอบไปด้วยการถวายเกียรติแด่แม่พระแห่งอันติโปโล (Antipolo) พร้อมกับการจะเทียน และการอวยพรจากพระสันตะปาปา พระสันตะปาปาทรงตรัสกับเยาวชนใน 3 ประเด็นด้วยกัน คือประเด็นแรกที่ทรงตอบคำถามของเยาวชนเกี่ยวกับตัวพระองค์เอง ประเด็นที่สอง ทรงตอบคำถามที่เยาวชนถามองคืพระเยซูเจ้าประเด็นที่สาม เป็นหัวข้อที่ทรงใช้ในวันชุมนุมเยาวชนโลกที่ว่า “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งพวกท่านไปฉันนั้น” จากนี้เป็นสิ่งที่พระสันตะปาปาทรงตรัสกับเยาวชน ซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน และอิตาเลี่ยน

ประเด็นแรก
พระองค์ฝันหรือหวังอะไรจากพวกเราเมื่อพระองค์คิดถึงวันเยาวชนโลกทำไมพระองค์จึงให้เราไปในที่ต่างๆ ทั่วโลก ความฝันของพระองค์สมบูรณ์แล้วหรือยัง เรายังต้องทำอะไรอีก

เยาวชนที่รัก ที่มาร่วมชุมนุมในวันเยาวชนโลก

  1. จากคำถามของพวกเธอ เราคิดถึงคำถามที่ชายหนุ่มคนนั้นถามพระเยซูเจ้าจากเหตุการณ์ในพระวรสารว่า
    “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าต้องทำอะไร” (มก.10:17)
    สิ่งแรกที่พระเยซูเจ้าทรงมองดู คือทัศนคติที่อยู่เบื้องหลังคำถามนั้น คือ ความจริงใจในการแสวงหา พระเยซูเจ้าทรงเข้าใจว่าชายหนุ่มคนนั้นจริงใจในการที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับชีวิต และชีวิตส่วนตัวของเขาเองนี่เป็นสิ่งสำคัญมาก ชีวิตเป็นพระพรที่เราแต่ละคนได้รับตามกำหนดเวลาซึ่งเราแต่ละคนต้องเผชิญกับการท้าทายในชีวิต การท้าทายในจุดมุ่งหมายของชีวิต ในโชคชะตา และในการทำให้เสามารถอยู่รอดได้ ในอีกด้านหนึ่ง คือ การใช้ชีวิตของเราบนพื้นผิวของสิ่งที่จะทำให้ชีวิตเราสูญเสียความสมบูรณ์ และจะไม่มีโอกาสพบความสามารถที่จะทำความดีและความเป็นหนึ่งเดียวที่แท้จริงในตัวเราเอง และจำทำให้เราไม่พบหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงเยาวชนจำนวนมากมายไม่ได้ตระหนักว่าพวกเขาต้องรับผิดชอบต่อคุณค่าของชีวิตที่พวกเขามีรหัสธรรมแห่งเสรีภาพของมนุษย์เป็นหัวใจของการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ที่จะมีชีวิตอย่างดี

  2. เป็นความจริงที่ว่าเยาวชนในยุคนี้พบกับความยากลำบากมากมาย ซึ่งคนในยุคก่อนพบแค่บางส่วนหรือในหนทางที่จำกัด ความอ่อนแอของชีวิตครอบครัวการขาดการสื่อสารกันระหว่างผู้ปกครองกับเด็กๆ การอยู่อย่างโดดเดี่ยว และอิทธิพลอันมหาศาลของสื่อมวลชนสิ่งเหล่านนี้สร้างความสับสนให้กับเยาวชนเกี่ยวกับความจริงและคุณค่าที่แท้จริงแห่ความหมายของชีวิต ผู้สอนสิ่งผิดๆ ซึ่งหลายคนเป็นคนชั้นหัวกระทิของโลกวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และสื่อสารมวลชนเสนอสิ่งที่ต่อต้านพระวรสาร พวกเขาประกาศว่าอุดมคติทั้งหลายตายหมดแล้ว การทำเช่นนี้ทำให้เกิดวิกฤติต่อศีลธรรมของสังคม วิกฤติที่นำไปสู่ควารุนแรงแม้แต่รูปแบบของการปลอบใจซึ่งเปลี่ยนมโนธรรมและสามัญสำนึกให้ยึดความรุนแรง เมื่อพวกเธอถามพวกเขาว่า เราต้องทำอะไร พวกเขาก็จะตอบได้แต่เพียงว่าไม่มีความจริงที่แน่นอน ไม่มีหนทางที่แน่นอน พวกเขาต้องการให้เยาวชนเป็นเหมือนพวกเขา คือเต็มไปด้วยความสงสัย และการเยาะเย้ยถากถาง พวกเขาพยายามนำเยาวชนเป็นจำนวนล้านไปสู่ความโดดเดี่ยวที่แสนเสณ้าซึ่งทำให้หมดความหวังและความสามารถที่จะรักอย่างแท้จริง

  3. พวกเธอถามว่า “พระสันตะปาปาหวังอะไรจากเยาวชน” ในหนังสือก้าวเข้าไปสู่ความหวัง เราได้เขียนว่า ปัญหาพื้นฐานของเยาวชนคือการมีบุคคลิกภาพที่แท้จริง เยาวชนรู้ว่าชีวิตของพวกเขามีความหมายที่จะต้องขยายออกไป คือการมีชีวิตเพื่อผู้อื่น คำถามคือสิ่งที่มุ่งไปยังบุคลิกภาพของพวกเธอแต่ละคน เธอสามารถให้ตัวเธอเอง เวลา พลังที่มีความเฉลียวฉลาดของพวกเธอ เพื่อความดีของผู้อื่นได้ไหม พวกเธอสามารถที่จะรักไหม ถ้าพวกเธอให้ได้พระศาสนจักรและสังคมก็จะมีความหวังอันใหญ่หลวงในพวกเธอแต่ละคน กระแสเรียกที่จะรัก เป็นการเปิดตัวเองอย่างแท้จริงให้แก่เพื่อพี่น้องของเราและเป็นหนึ่งเดียวกับพวกเขา ซึ่งเป็นพื้นฐานของทุกกระแสเรียกเป็นบ่อเกิดของทุกกระแสเรียกในชีวิต เป็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงมองหาในชายหนุ่มคนนั้นเมื่อพระองค์ตรัสว่า “จงถือตามบัญญัติ” (มก.10:19) ในอีกความหมายคือ“รับใช้พระและเพื่อนพี่น้องให้สอดคล้องกับหัวใจแห่งความจริง และความถูกต้อง” และเมื่อชายหนุ่มคนนั้นแสดงให้พระองค์รับทราบว่าเขาได้ทำเช่นนั้นแล้ว พระเยซูเจ้าทรงเชื้อเชิญเขาให้เข้ามาสู่ความรักที่ยิ่งใหญ่ว่า “ละทิ้งทุกอย่างและตามเรามมา ละทิ้งทุกอย่างคือสนใจตัวเองและมาร่วมกับเราในงามอันยิ่งใหญ่เพื่อช่วยโลก ให้รอด ในหนทางชีวิตของแต่ละคนพระเป็นเจ้าทรงมีบางอย่างให้แต่ละคนกระทำ “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านไปฉันนั้น” (ยน.20:21) นี่เป็นพระวาจาที่พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาสานุศิษย์เมื่อทรงกลับคืนชีพ นี่เป็นพระวาจาของพระองค์ที่นำการไตร่ตรองของเราในช่วงการชุมนุมเยาวชนโลก ครั้งที่ 10 วันนี้พระศาสนจักรและพระสันตปาปาได้กล่าวคำเดียวกันนี้กับพวกเธอ พวกเธอเยาวชนจากประเทศฟิลิปปินส์เยาวชนจากเอเชีย และโอเซี่ยนเนีย เยาวชนทั่วโลก

  4. สองพันปีแหงคริสตศาสนาที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าพระวาจานี้ ได้เกิดผลอย่างน่าพิศวง กลุ่มชนเล็กๆ ของศิษย์รุ่นแรกซึ่งเปรียบเหมือนเมล็ดพืชเล็กๆได้เติบโตขึ้นและเป็นต้นไม้ใหญ่ (มธ.13:31-32) ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ที่มีกิ่งก้านมากมาย ได้แผ่ขยายไปยังทุกทวีปและทุกประเทศในโลก ซึ่งเป็นชนหมู่มากและได้มีตัวแทนมาอยู่ที่นี่ เยาวชนฟิลิปินส์ที่รัก ประเทศของพวกเธอเป็นกิ่งหนึ่งของต้นไม้นี้ที่เข้มแข็งและสมบูรณ์ แผ่ขยายออกไปยังทวีปเอเชียอันยิ่งใหญ่ ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้นี้ ภายใต้ร่มเงาของกิ่งก้านและใบนี้ คนในโลกสามารถเข้ามาพักผ่อนได้ พวกเขามารวมกันภายใต้ร่มเงาแห่งการต้อนรับเพื่อค้นพบความจริงอันยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งความเชื่อในระหว่างวันเยาวชนโลก ความจริงที่ว่า

    พระวาจานิรันดร์ ทรงเป็นหนึ่งกับพระบิดาและทุกสิ่งถูกสร้างโดยทางพระองค์ได้รับเอาเนื่อหนังมาบังเกิดจากพระนางพรหมจารีย์มารีดาพระองค์ทรงอยู่ท่ามกลางเราในพระองค์คือชีวิตที่ส่องแสงให้แก่มนุษยชาติ

    และจากความสมบูรณ์ของพระองค์เราทุกคนได้รับพระพรแห่งพระพรทั้งหลาย โดยทางการภาวนาและการรำพังในค่ำนี้จะทำให้เราพบความหมายที่ชัจดเจนว่า ข่าวดีแห่งความรอดโดยทางพระเยซูเจ้าเป็นหนทางแก่ชีวิตของพวกเธอ ข่าวดีนี้สำหรับทุกคนและนั้นคือเหตุผลที่ว่าทำไมวันเยาวชนโลกจึงจัดในสถานที่ที่ต่างกันออกไป
  1. วันอาทิตย์ใบลานเมื่อปีที่แล้วเยาวชนคาทอลิกจากอเมริกาได้ยื่นกางเขนของวันเยาวชนโลกให้ แก่ตัวแทนของพระศาสนจักรในประเทศฟิลิปปินส์ กางเขนแห่งการจาริกแสวงบุญได้ไปจากทวีปหนึ่งสู่อีกทวีปหนึ่ง เยาวชนจากทั่วทุกแห่งได้มีประสบการณ์ร่วมกันในความจริงที่ว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นเหมือนที่ทรงเป็นแก่ทุกคนและข่วสารของพระองค์ก็เป็นข่างสารสำหรับทุกคนในพระองค์ไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีการแข่งขันของมนุษยชาติไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชังในสังคมทุกคนเป็นพี่น้องในครอบครัวของพระเป็นเจ้าเดียวกันนี่เป็นจุดเริ่มต้นในคำถามของพวกเธอว่าพระศาสนจักรและพระสันตะปาปาหวังอะไรในตัวเยาวชนในการชุมนุมเยาวชนโลกครั้งที่ 10 เราจะรำพึงถึงพระวาจาของพระเยซูเจ้าต่อไปที่ว่า “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งพวกท่านไปฉันนั้น”มีความหมายอะไรสำหรับเยาวชนทั่วโลก

อ่านต่อ โพสต์ต่อไป ประเด็น 2/3